เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2560 นางสาวทัดหทัย ภิญโญดุลยเจต อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/1 หมู่ 3 ต.ท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนผ่านสื่อ ไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อขอรับการช่วยเหลือ กรณีได้รับความเดือดร้อน จากการถูกแก๊งตุ้มตุ๋น หลอกให้โอนเงินไปร่วมลงทุน เพื่อรับผลตอบแทน เป็นรายเดือน ซึ่งสูญเงินไปรวม 3.6 แสนบาท ซึ่งมีการหลอกให้หลงเชื่อ ด้วยการคืนผลตอบแทน ในช่วงแรก ก่อนหายเงียบไป และได้พยายามติดต่อทวงถาม แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยเคยนำหลักฐานการโอนเงิน ไปร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครพนม รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อขอความช่วยเหลือให้ตรวจสอบดำเนินคดีกับแก๊งต้มตุ๋นดังกล่าว แต่ไม่ได้รับความสนใจ อ้างไม่มีหลักฐานที่จะเอาผิด ต้องต่อสู้ดิ้นรนหาทางติดตามทวงถาม และต้องการจะดำเนินคดีกับแก๊งดังกล่าวมานานถึง 2 ปี แต่ไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือ จึงตัดสินใจออกมาร้องทุกข์ผ่านสื่อ เพราะเป็นเงินก้อนเดียวในชีวิตที่เก็บสะสมไว้
โดย นางสาวทัดหทัย ภิญโญดุลยเจต อายุ 68 ปี เปิดเผยว่า ตนได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาถูกคนรู้จัก ที่เคยเป็นเพื่อนบ้าน มาตีสนิทชักชวนนำเงินไปลงทุน ซึ่งหลอกว่าให้ผลตอบแทนดี ในลักษณะการปล่อยกู้ ตนจึงหลงเชื่อ เริ่มโอนเงินช่วงแรกให้ไป ประมาณ 20,000 บาท และมีการจ่ายผลตอบแทนเป็นรายเดือน ในช่วงแรก ได้รับจริง จากนั้นได้ขอให้เพิ่มต้นทุน ตนจึงหลงเชื่อ ได้ทยอยโอนเพิ่มไปอีกหลายครั้ง ครั้งละ 30,000 – 50,000 บาท เพราะปกติ ไม่มีครอบครัว ไม่มีอาชีพ อาศัยทำงานรับจ้างตัดเย็บผ้า พอเลี้ยงชีพ แต่พอมีเงินเก็บในบัญชีที่ออมไว้ใช้ในบั้นปลายชีวิต ที่แต่ยังอยู่วัยทำงาน จึงเห็นว่าเป็นคนรู้จักเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยมานานแต่ปัจจุบันได้ย้ายไปทำงานที่ กทม. จึงกล้าไปลงทุนด้วย เผื่อได้มีเงินในบั้นปลายชีวิต ที่สำคัญไม่ได้ต้องการที่จะลงทุน แต่เพื่อนบ้านคนรู้จักมาขอร้อง ชักชวนจนหลงเชื่อ จึงมีการทยอยโอนเงินตั้งแต่ปี 2555 รวมเป็นเงินทั้งหมด 3.6 แสนบาท จนกระทั่งภายหลัง เมื่อปี 2558 เริ่มมีปัญหาหลังเงินต้นทุนมากขึ้น ไม่มีการคืนผลกำไร พอติดตามทวงถาม ได้รับการปฏิเสธ บ่ายเบี่ยง อ้างว่าขาดทุน ไม่มีเงินคืน ตนจึงเชื่อว่าถูกหลอก และมีการทำเป็นขบวนการ เพราะช่วงหลัง มีการหลอกให้โอนเข้าไปบัญชีของบุคคลอื่นได้ อ้างว่าเป็นคนทำงานด้วยกัน พยายามติดตามทวงถามมาร่วม 2 ปี รวมถึงไปติดตามสอบถามหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีครอบครัว แต่ไม่มีใครสนใจ
ตนจึงได้รวบรวมเอกสารหลักฐานการโอนเงิน จากบัญชีธนาคารออมสิน สาขา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ไว้ รวมถึงมีสลิปการโอนทุกครั้ง ไปยังบัญชีบุคคลที่ชักชวนไปลงทุน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตามตนต้องการเรียกร้อง ให้ตำรวจ หรือหน่วยงานที่สามารถช่วยได้ นำหลักฐานเอกสารไปตรวจสอบ ดำเนินคดี เพราะเชื่อว่าเป็นการต้มตุ๋นหลอกลวง และอยากให้เป็นตัวอย่าง ไม่ให้ไปหลอกใครได้อีก ตนเชื่อว่า คงไม่ใช่แต่ตนเองเท่านั้น ที่ถูกหลอก น่าจะมีอีกหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อ เคยไปแจ้งความที่ สภ.ท่าอุเทน แต่ทางตำรวจแจ้งว่า ไม่มีหลักฐาน ทั้งที่ตนมีเอกสารหลักฐานการโอนเงิน รวมถึงชื่อ ของคนที่มาหลอกให้ร่วมลงทุน ที่สามารถตรวจสอบได้ แบบนี้จะไปพึ่งใครได้ วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องหาทางช่วยเหลือ อย่างน้อยถึงไม่ได้เงินคืน แต่คนที่หลอกลวงต้มตุ๋น ต้องได้รับผิด และไม่อยากให้ไปหลอกใครอีก

