หน้าแรก ภูมิภาค แก๊งห่มเหลือง...

แก๊งห่มเหลืองมั่วสุมดื่มสุรา ดมกาว หลบหนีก่อนเจ้าหน้าที่พบหลักฐาน สั่งคุมเข้มจุดเสี่ยง ถ้าเป็นพระจริงจ่อจับสึกดำเนินคดี

22.04.26 | 14:40 น.

แก๊งห่มเหลืองมั่วสุมดื่มสุรา ดมกาว หลบหนีก่อนเจ้าหน้าที่พบหลักฐาน สั่งคุมเข้มจุดเสี่ยง ถ้าเป็นพระจริงจ่อจับสึกดำเนินคดี

จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอสะเทือนใจพุทธศาสนิกชน ปรากฏภาพกลุ่มบุคคลแต่งกายคล้ายพระสงฆ์รวมตัวมั่วสุมดื่มสุราและดมกาวบริเวณใต้ต้นโพธิ์ริมคูเมือง หลังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา

เมื่อวันที่ 22 เมษายน เวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.พรพนา แสนการุณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา และพระประเสริฐ อชิวโร พระวินยาธิการ ตัวแทนเจ้าคณะตำบลในเมืองเขต 1 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที แม้ในการตรวจสอบครั้งนี้จะไม่พบกลุ่มบุคคลตามที่ปรากฏในคลิปเนื่องจากได้ไหวตัวทันและหลบหนีไปก่อนหน้า แต่เจ้าหน้าที่ตรวจพบหลักฐานสำคัญทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุจำนวนมาก ประกอบด้วย ถุงกาวที่ใช้แล้ว 2 ถุง กระป๋องกาว ขวดเหล้าขาว เสื่อ หมอน และอุปกรณ์เครื่องครัวสำหรับประกอบอาหาร

ดร.พรพนาเปิดเผยว่า พื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นมุมอับสายตาและมีส่วนที่เป็นหลืบคล้ายอุโมงค์ใต้ดิน ทำให้มองจากภายนอกไม่เห็นและกลายเป็นแหล่งมั่วสุมได้ง่าย ทางสำนักงานพุทธฯ รู้สึกไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก และได้ประสานงานกับคณะสงฆ์ปกครองในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบสถานะของบุคคลกลุ่มนี้ หากพบว่าเป็นพระสงฆ์จริง จะต้องดำเนินการทางวินัยสงฆ์อย่างเด็ดขาดถึงขั้นให้สละสมณเพศ แต่หากเป็นพระปลอมจะส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายทันที พร้อมย้ำว่าต้องจัดการเรื่องนี้ให้จบสิ้นเพื่อรักษาศรัทธาของชาวโคราช

ด้าน พ.ต.อ.ศิริชัยกล่าวว่า ได้สั่งการให้ชุดสายตรวจเข้มงวดตรวจสอบจุดเสี่ยงทั่วเมือง และมอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนรวบรวมหลักฐานจากภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ รวมถึงสอบปากคำชาวบ้านใกล้เคียง เพื่อเร่งติดตามตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายเพื่อป้องกันเหตุไม่เหมาะสมในอนาคต

Advertisement

ส่วน พระประเสริฐกล่าวว่า ขณะนี้คณะสงฆ์ได้รับหลักฐานคลิปวิดีโอทั้งหมดแล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบสังกัดของพระกลุ่มดังกล่าว โดยได้ประสานไปยังวัดต่างๆ ในพื้นที่ให้ช่วยสอดส่อง พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนว่าหากพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยหรือกระทำการไม่เหมาะสมในลักษณะนี้ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดได้ทันที เพื่อให้การเข้าระงับเหตุและตรวจสอบเป็นไปอย่างรวดเร็วและทันท่วงที