เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม จากกรณีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนได้ขยายผลจากหลักฐานหากลุ่มคนร้ายและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลอบยิงนายอาหามะ สาเมาะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดชุดสืบสวนสอบสวน ภ.จว.ปัตตานี ฉก.กรมทหารพรานที่ 42 สภ.ปะนาเระ และศูนย์ปฏิบัติการ อ.ปะนาเระ กว่า 30 นาย ได้เข้าตรวจสอบบ้านของกำนันคนดังในพื้นที่ ต.ควน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี โดยชุดสืบสวนสอบสวนมีข้อมูลว่ากำนันคนดังกล่าวอาจมีส่วนรู้เห็นกับการเสียชีวิตของนายอาหามะ รวมถึงก่อนนี้มีการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าเป็นกำนันมีอิทธิพล เกี่ยวข้องกับบ่อนการพนันในพื้นที่ จึงนำไปสู่การขอเข้าตรวจค้นภายในบริเวณบ้าน และสามารถตรวจยึดกระสุนปืนขนาด 9 มม. กระสุนปืนลูกซอง กระสุนปืน M.79 พร้อมอุปกรณ์ดัดแปลงเป็นเครื่องยิง นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถยนต์ 13 คัน รถจักรยานยนต์ 76 คัน จอดแอบไว้ในบริเวณบ้านเช่า แต่ไม่พบตัวกำนันจึงแจ้งญาติให้ติดต่อไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 3 วัน ล่าสุดมีรายงานว่ากรมการปกครองได้มีหนังสือด่วนที่สุด แจ้งให้จังหวัดทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้มีการรายงานข้อเท็จจริงของกำนันคนดังกล่าวแล้ว
พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีการออกหมายจับกำนันคนดังแต่อย่างใด เพราะยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่ตรวจยึดได้นั้นจะต้องดูด้วยว่าเป็นของผู้ใด และขั้นต้นทางพนักงานสอบสวนได้มีการส่งหมายเรียกไปที่บ้านกำนันแล้วและครั้งที่ 2 หากยังไม่มีการเคลื่อนไหวเข้ามาว่าจะทำอย่างไรต่อก็คงต้องมีการออกหมายจับ โดยขั้นต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ได้แนะนำให้ญาติๆ รีบติดต่อแล้ว ล่าสุดได้รับรายงานจาก ผกก.สภ.ปะนาเระว่ากำนันได้ให้ญาติมาประสานขอเข้ารายงานตัวแล้วและพร้อมให้ตรวจสอบและเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย แต่ปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการเสียชีวิตของนายอาหามะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ส่วนเรื่องอาวุธปืนและรถที่ตรวจยึดได้จำนวนมากนั้นยังไม่ขอให้รายละเอียด จะให้ข้อมูลในทางลับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจากรายงานดังกล่าวไม่มีการเปิดเผยหรือยืนยันวันเวลาที่จะขอเข้ามารายงานตัวแต่อย่างใด
นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผวจ.ปัตตานี กล่าวว่า กรณีดังกล่าวต้องว่าไปตามระเบียบกฎหมายใครทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิด โดยเฉพาะกำนันผู้ใหญ่บ้านนั้นเป็นผู้นำที่มีหน้าที่จะต้องดูแลลูกบ้าน ต้องการันตีให้ได้ว่าเป็นคนดี 100 เปอร์เซ็นต์ หากมาแค่ 99 เปอร์เซ็นก็ไม่ได้ จะต้องมาครบ 100 เท่านั้น เหตุการณ์นี้ได้สั่งการให้ดำเนินการไปตามข้อบังคับ หรือระเบียบกรมการปกครอง แต่ก็ต้องดำเนินการด้วยความเป็นธรรมของทุกๆ ฝ่าย

