สสจ.นครปฐม สั่งปิดคลินิก 7 วัน เร่งสอบ LGBTQ แก้จมูกเสียชีวิต เปิดสาเหตุเสียชีวิต ตร.เผยพิรุธไม่พบวงจรปิด มาตรฐานคลินิกเป็นไปตามกม. น้องชายเผยเศร้าคลินิกทิ้งช่วงนานกว่าจะส่งรพ.
จากกรณี นายธีรภัทร์ (สงวนนามสกุล) สาว LGBTQ+ อายุ 28 ปี ชาวตำบลในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เข้าไปทำศัลยกรรมจมูก ซึ่งเป็นการแก้ไขจมูกครั้งที่ 2 ที่คลินิกศัลยกรรมความงามแห่งหนึ่ง ใน ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. ของวันที่ 21 เมษายน จนกระทั่งเวลาประมาณ 00.00 น.ของวันที่ 22 เมษายน นายปวเรตม์ได้รับแจ้งจากทางคลินิกว่า นายธีรภัทร์มีอาการหมดสติ นำส่งรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร์ จนกระทั่งเวลา 05.20 น. นายธีรภัทร์ได้เสียชีวิตลง
ทั้งนี้ สาธารณสุขเตรียมจะเข้าไปตรวจสถานพยาบาลคลินิกดังกล่าว พร้อมกับพนักงานสอบสวน ฝ่ายสืบสวนเก็บกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐานอื่น สอบถ้อยคำหมอและสอบถ้อยคำผู้เกี่ยวข้อง ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 รายการ เรื่องเด่นเย็นนี้ รายงานว่า นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยพันตำรวจเอกอชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม, พันตำรวจโทตะวัน วัฒนรังสนรรค์ รองผู้กำกับการปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม, พันตำรวจโทฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงค์อิทธิสกุล รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง

ลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิกแห่งหนึ่ง ย่านถนนต้นสน อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและเก็บหลักฐาน ภายหลังสาว LGBTQ+ วัย 28 ปี เข้าใช้บริการแก้ไขจมูกที่คลินิก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
พบว่าวันนี้คลินิกไม่เปิดทำการ แต่มีเจ้าหน้าที่ประจำคลินิกอยู่ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ระหว่างการตรวจสอบทางคลินิกไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปเก็บภาพภายในคลินิก อนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าไปด้านในเท่านั้น ส่วนสื่อมวลชนสามารถเก็บภาพได้บริเวณหน้าคลินิกเท่านั้น
ระหว่างรอการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่า บริเวณด้านหน้ายังมีก้านสำลี ผ้าก๊อซ และสายเดรนเลือด หรือท่อทางการแพทย์ที่ใช้ระบายเลือดและของเหลวคั่งค้างออกจากแผลผ่าตัด ตกอยู่บริเวณหน้าร้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บสิ่งที่พบทั้งหมดไว้เป็นพยานหลักฐานด้วย
นอกจากนี้ ระหว่างรอการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ น้องชายของผู้เสียชีวิตวัย 25 ปี ได้เดินทางมาติดตามการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ด้วย ให้ข้อมูลว่า พี่ทำงานอยู่ประเทศออสเตรเลีย แต่กลับมาเที่ยวเมืองไทยช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงได้นัดหมายแก้จมูกที่คลินิกแห่งนี้ ด้วยวงเงินการทำประมาณ 150,000 บาท
ล่าสุดที่ได้คุยกับพี่ คือเวลาประมาณเที่ยง พี่ส่งรูประหว่างอยู่ในห้องผ่าตัดมาให้ดู หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก จนกระทั่งรู้ข่าวอีกทีในช่วงเที่ยงคืนว่าพี่หมดสติและไม่รู้สึกตัว คลินิกต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลสนามจันทร์ ตอนที่ตนรู้ข่าวโรงพยาบาลแจ้งกับครอบครัวว่า อาการของพี่อยู่ในเกณฑ์ 50 : 50 อาการไม่ดีขึ้น
เมื่อตนมาถึงที่โรงพยาบาล พบหมอผู้ชายประจำคลินิกและเจ้าหน้าที่ผู้หญิงอีกหนึ่งคนอยู่ที่โรงพยาบาล แจ้งว่าอาการของพี่ไม่ดี พร้อมสอบถามว่าพี่ของตนมีการใช้สารเสพติดหรือไม่ แต่ตนยืนยันว่าพี่ไม่เคยมีประวัติการใช้สารเสพติด
ส่วนตัวยืนยันว่าพี่ไม่มีโรคประจำตัวและสุขภาพแข็งแรง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนมองว่าไม่น่าเกิดขึ้น เป็นเรื่องผิดปกติ และรู้สึกว่าคลินิกปล่อยเวลานานเกินไปก่อนที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาล เพราะพี่เคยผ่านการผ่าตัดมาแล้วหลายครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดจากความประมาทของทางคลินิก
หลังพี่ของตนเสียชีวิต ทางคลินิกโทรมาหาหนึ่งครั้งในช่วง 9 โมง เพื่อแสดงความเสียใจ และยืนยันจะรับผิดชอบเรื่องค่ายาและค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลสนามจันทร์ แต่ตนเองยังไม่ได้ตอบรับอะไรไป
สิ่งที่ตนเองคาใจ คือการที่แพทย์ของโรงพยาบาลสนามจันทร์แจ้งว่า พี่ของตนเองเสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจ เพราะทางคลินิกทิ้งช่วงเวลานานเกินไปก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาล ทำให้ระบบอวัยวะภายในร่างกายล้มเหลว
ภายหลังการเข้าตรวจสอบคลินิก นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยพันตำรวจเอกอชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม ออกมาให้สัมภาษณ์เผยว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าสถานพยาบาลดังกล่าวได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน และได้รับใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล ถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่ปี 2561 (โดยมีการให้บริการเสริมความงามและผ่าตัดเล็ก) จากการตรวจสอบมาตรฐานสถานพยาบาลพบว่าเป็นไปตามกฎหมาย
จากการตรวจสอบข้อมูลในเวชระเบียน พบว่าผู้เสียชีวิตได้เข้ารับบริการผ่าตัดเสริมจมูก เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 17.00 น. ผู้ให้บริการเป็นแพทย์ผู้ดำเนินการประจำสถานพยาบาล แพทย์ทำการผ่าตัด จนกระทั่งเวลา 20.00 น. อาการไม่ดี แพทย์ให้การรักษาโดยทำ CPR และให้ยา adrenaline ช่วยชีวิต 5 ครั้ง จนเวลา 20.50 น. ใส่ท่อช่วยหายใจ ต่อมาเวลาประมาณ 23.00 น. สถานพยาบาลได้โทรแจ้ง 1669 เวลา 23.40 น. และส่ง refer ไป รพ.เอกชนขนาดใหญ่

เบื้องต้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐมได้ตรวจสอบแล้ว เห็นว่ากรณีดังกล่าว ผู้เสียชีวิตได้มารับบริการในคลินิกดังกล่าวจริง และเกิดความผิดปกติระหว่างการรักษาหรือให้บริการ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยของผู้รับบริการและการตรวจสอบรวบรวมหลักฐานของพนักงานสอบสวน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐมจะดำเนินการออกคำสั่งให้สถานพยาบาลปิดทำการชั่วคราวเป็นเวลา 7 วัน ตามอำนาจของพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2540 มาตรา 50 หากการตรวจสอบยังไม่แล้วเสร็จก็สามารถขยายสั่งปิดคลินิกเพิ่มเติมได้อีก
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ยอมรับว่า จากเวชระเบียนจะพบว่า มีการช่วยฟื้นคืนชีพตั้งแต่เวลา 20.00 น. ตามปกติแล้วไม่ควรใช้เวลาฟื้นคืนชีพนานขนาดนี้ กว่าจะเรียกรถฉุกเฉินนำตัวส่งโรงพยาบาล คลินิกควรจะนำตัวผู้ป่วยส่งต่อตั้งแต่เริ่มต้นผิดปกติ
นอกจากการตรวจสอบความถูกต้องของใบประกอบวิชาชีพและใบอนุญาตเปิดคลินิกแล้ว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม จะต้องไปตรวจสอบว่าการผ่าตัดที่วางยาสลบ มีการใช้วิสัญญีแพทย์ที่ถูกต้องหรือไม่
ด้าน พันตำรวจเอกอชิรวัตติ์ เผยว่า กรณีที่เกิดขึ้นในเรื่องของคดีความ ขณะนี้ขณะเจ้าหน้าที่ส่งศพผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช ดังนั้นการดำเนินคดีต้องรอผลการชันสูตรก่อน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าเก็บวัตถุพยานทั้งหมดในที่เกิดเหตุ รวมถึงพยานในที่เกิดเหตุต้องเรียกมา
ส่วนเซิร์ฟเวอร์ของกล้องวงจรปิด จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าไม่มี ดังนั้นต้องเรียกเจ้าของคลินิกมาสอบถามว่าจะสามารถตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตรวจสอบว่าเซิร์ฟเวอร์ถูกถอดออกไป หรือว่าไม่มีอยู่แล้ว
นอกจากนั้นยังพบว่ามีกล้องวงจรปิดบางตัวหันเข้าผนัง เบื้องต้นได้สอบถามกับพนักงานประจำคลินิก ได้ข้อมูลว่ากล้องวงจรปิดตัวดังกล่าวเสีย แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่เชื่อทั้งหมด ต้องตรวจสอบและพิสูจน์อีกทีว่าเป็นจริงตามที่มีการให้ข้อมูลหรือไม่
ด้าน คุณพลอย อายุ 43 ปี เพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิต ที่อาศัยอยู่ออสเตรเลียด้วยกัน เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ผู้เสียชีวิตเดินทางมาที่ประเทศไทยก่อนตนเอง ประมาณ 1 สัปดาห์ ทั้งสองได้นัดหมายกันไว้ล่วงหน้าว่า หลังจากทำศัลยกรรมจมูกเสร็จจะไปทานอาหารร่วมกัน โดยครั้งนี้เป็นการศัลยกรรมจมูกรอบที่ 2 ของผู้เสียชีวิต ด้วยเทคนิคซี่โครง
คุณพลอยเล่าว่า สาเหตุที่เพื่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมจมูกรอบที่ 2 เนื่องจากต้องการปรับปรุงรูปลักษณ์ให้ดูดีขึ้น อีกทั้งได้รับคำแนะนำจากรุ่นน้องที่อยู่ในออสเตรเลียว่า คลินิกดังกล่าวมีความเชี่ยวชาญด้านการเสริมจมูก รวมถึงมองว่าศัลยกรรมที่ไทยทำได้ดีกว่าที่ออสเตรเลีย จึงได้ตัดสินใจมาทำจมูกที่นี้
ส่วนที่คลินิกอ้างว่า ผู้เสียชีวิตมีการใช้สารเสพติด คุณพลอยบอกว่าตนได้สอบถามวิสัญญีแพทย์ที่รู้จักถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ วิสัญญีแพทย์ท่านนั้นบอกกับตนว่า ต่อให้จะร่างกายอ่อนแอ หรือมีความดัน ก็ไม่มีเหตุปัจจัยที่ทำให้เสียชีวิตได้
ภายหลังทราบว่าเพื่อนเสียชีวิตเมื่อช่วงเช้า ก็ตกใจมาก เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับใคร ที่สมองขาดออกซิเจน พร้อมย้ำว่า น่าจะเป็นความผิดของคลินิกเต็มๆ เมื่อผลชันสูตรออกมา ทุกคนก็จะได้รู้ความจริง


