ล่าระทึก “เซียนกล้วย” นักสนุกเกอร์ชื่อดังเมืองคอน เอี่ยวฆ่าหญิงสาวในโรงแรมม่านรูด ตำรวจเร่งติดตามตัว
เมื่อวันที่ 23 เมษายน มีรายงานข่าวว่าตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ระดมกำลังเร่งไล่ล่านักสนุกเกอร์วัย 50 ชื่อดังระดับต้นของจังหวัด ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีหญิงสาววัย 31 ปี เสียชีวิตปริศนาในห้องพักโรงแรมม่านรูด พื้นที่ ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีพฤติการณ์หลบหนีหลังก่อเหตุ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 22 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งพบศพหญิงสาวภายในห้องพักหมายเลข 9 ของโรงแรมแห่งหนึ่งริมถนนปากนคร หมู่ 4 ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงเข้าตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.กิมหยง อายุ 31 ปี ชาว จ.ภูเก็ต สภาพนอนหงายอยู่บนเตียง สวมกางเกงยีนส์ขายาวไม่รูดซิป ท่อนบนเปลือย เสื้อยืดสีชมพูวางปิดหน้าอก ใบหน้าเขียวคล้ำ นัยน์ตาเบิกกว้าง ปากมีบาดแผลแตก และคราบเลือดเล็กน้อยบริเวณผ้าปูเตียง ลำคอมีรอยเขียวช้ำคล้ายถูกกดทับ
ตรวจสอบภายในห้อง พบขวดเบียร์และแก้วที่ถูกดื่มไปบางส่วน รวมถึงมีดปลายแหลมตกอยู่บนเตียง 1 เล่ม ในห้องน้ำพบโทรศัพท์มือถือและชุดชั้นในของผู้ตายเปียกน้ำ แพทย์สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6–8 ชั่วโมง คาดเกิดจากการถูกกดปิดจมูกและปากจนขาดอากาศหายใจ
สอบสวนพนักงานโรงแรมให้การว่า ช่วงเวลาประมาณ 11.50 น. ของวันเดียวกัน มีชายขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีดำ ทะเบียน 2 กฉ 8306 นครศรีธรรมราช พาผู้ตายมาเปิดห้องพักแบบค้างคืน โดยเป็นผู้ชำระเงินค่าห้องผ่านระบบสแกนจ่าย
กระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. ชายคนดังกล่าวออกไปซื้อเบียร์กลับมาดื่มในห้อง ก่อนที่เวลา 20.56 น. จะรีบออกจากห้องในลักษณะมีพิรุธ พร้อมแจ้งพนักงานว่าแฟนสาวเป็นลม ขอให้ช่วยประสานเจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาล จากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ กลับพบว่าหญิงสาวเสียชีวิตแล้ว
ตรวจสอบข้อมูลการชำระเงินค่าห้อง พบชื่อผู้โอนคือ นายวิทวัส อายุ 50 ปี หรือ “เซียนกล้วย” นักสนุกเกอร์ชื่อดังในพื้นที่ สืบสวนทราบว่า ผู้ต้องสงสัยเคยมีความสัมพันธ์กับผู้ตายมาก่อน และเพิ่งกลับมาติดต่อกันอีกครั้ง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นสาเหตุจากความหึงหวงจนเกิดการทะเลาะวิวาท ก่อนลงมือทำร้ายร่างกายและใช้หมอนกดใบหน้าจนเสียชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี พร้อมกระจายกำลังติดตามตัวผู้ต้องสงสัยมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

