หน้าแรก ภูมิภาค ยังไม่แจ้งข้อ...

ยังไม่แจ้งข้อหา รอผลชันสูตร LGBTQ+ ดับหลังเสริมจมูก เผยผลสอบ ไม่เรียกวิสัญญีแพทย์ขณะผ่าตัด

23.04.26 | 16:48 น.

ยังไม่แจ้งข้อหา รอผลชันสูตร LGBTQ+ ดับหลังเสริมจมูก เผยผลสอบ ไม่เรียกวิสัญญีแพทย์ขณะผ่าตัด

 

เมื่อวันที่ 23 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีผู้รับบริการ LGBTQ+ เสียชีวิต ภายหลังเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขจมูกจากคลินิกเสริมความงามชื่อดังในพื้นที่ จ.นครปฐม โดยก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 21 เมษายน ผู้เสียชีวิตได้เข้ารับการผ่าตัดดังกล่าวที่คลินิก ก่อนที่ในช่วงกลางดึกทางคลินิกจะแจ้งว่า ผู้รับบริการเกิดอาการหมดสติ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ภายหลังเสียชีวิต

ต่อมา เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 23 เมษายน ที่ห้องประชุมชั้น3 สภ.เมืองนครปฐม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค ฯ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 7 พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม ฝ่ายสืบสวน พนักงานสอบสวน ส่วนที่เกี่ยวข้องประชุมสรุปหาสาเหตุ แนวทางการปฎิบัติของคลินิก ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน และได้รับใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่ปี2561 (โดยมีการให้บริการเสริมความงามและผ่าตัดเล็ก) จากการตรวจสอบมาตรฐานสถานพยาบาลพบว่าเป็นไปตามกฎหมาย

นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า การประชุมร่วมกันนี้หยิบยกประเด็นการให้ยาสลบ ซึ่งมีระเบียบของวิชาชีพแพทย์สภา และการให้ยาสลบตัวนี้ ซึ่งออกฤทธิ์แรง หรือหลับลึก ต้องมีวิสัญญีแพทย์ แพทย์ที่ผ่านการอบรม และต้องมีความสามารถช่วยผู้ป่วยในยามวิกฤตชั้นสูง แพทย์ที่ผ่านการอบรมในการดมยา เนื่องจากเป็นการให้ยาสลบแบบลึก และแพทย์ท่านนั้นต้องไม่เป็นแพทย์ที่ทำการผ่าตัด ซึ่งจากบันทึกเวชระเบียนรายงานผู้ป่วย มีแพทย์เพียงท่านเดียว ซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรฐาน วันนี้ได้ให้ข้อมูลทางการแพทย์ในส่วนนี้ต่อตำรวจ เพราะต้องนำไปประกอบสำนวน ว่าจะแจ้งข้อกล่าวหา“ ประมาท หรือไม่ประมาท” ส่วนเรื่องทางการแพทย์อื่นต้องรอผลชันสูตรมาประกอบ

Advertisement

“แพทย์ที่ประจำคลินิก แห่งนี้มีเพียง 2 ท่าน มีแพทย์ที่ทำการผ่าตัด และแพทย์วิสัญญี จากการสอบถามแล้วเคสนี้ไม่ได้ตามแพทย์วิสัญญีมาร่วม“ นายแพทย์วิโรจน์ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ประชุมหารือกันในเรื่องข้อมูลทางวิชาชีพพิเศษ เพื่อหาแนวทางการสืบสวน พยานหลักฐานต่างๆ มาประกอบในการดำเนินคดี ผู้กระทำความผิดซึ่งขณะนี้คืบหน้าไปมาก คงเหลือแต่ผลการชันสูตรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จากรพ.ศิริราช และให้ฝ่ายสืบสวนแกะลอยจากเริ่มต้นที่ไปรับผู้เสียหายจากที่พัก และในคลินิกมีใครบ้าง เพื่อมาสอบถ้อยคำเพิ่มเติม รวมถึงเอกสารพยานบางอย่างที่หายไป วัตถุพยาน อย่างเช่น กล้องวงจรปิด ที่อ้างว่าเสียนั้นเสียเมื่อไร และกล่องบันทึกข้อมูลอยู่ไหนต้องนำมาเป็นพยานวัตถุทั้งสิ้น เพื่อพิสูจน์ทราบความจริงต่างๆตามที่กล่าวอ้างไว้ และจะเรียกพยานที่อยู่ในคลินิกมาให้ถ้อยคำว่าเห็นอะไรบ้าง ทราบอะไรมาบ้าง เพิ่มเติม

‘ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาแพทย์ เนื่องจากรอผลการชันสูตร เพราะยังไม่สามารถระบุได้ชัดว่า ใครเป็นผู้กระทำให้เสียชีวิต และเสียชีวิตด้วยสาเหตุอะไร เคสนี้เป็นเคสที่ต้องใช้ข้อมูลจากวิชาชีพเฉพาะมาช่วยในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะคลินิก หรือสถานประกอบการเขามีใบอนุญาตถูกต้อง เราต้องละเอียดรอบคอบ ดูว่าเขาผิดด้านไหน’ พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ กล่าว