หน้าแรก ภูมิภาค ระทึก กระบะขน...

ระทึก กระบะขนแรงงานเถื่อน พุ่งชนรถนายอำเภอท่าแซะ เร่งเครื่องหนี ไม่รอดโดนรวบยกคัน

24.04.26 | 12:09 น.

ระทึก กระบะขนแรงงานเถื่อน พุ่งชนรถนายอำเภอท่าแซะ เร่งเครื่องหนี ไม่รอดโดนรวบยกคัน

เมื่อวันที่ 24 เมษายน นายพิศิษฐ์ ฤทธิพิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ จ.ชุมพร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.ท่าแซะ สนธิกำลังหลายหน่วยงาน ทั้ง ตำรวจทางหลวงชุมพร ตำรวจภูธร เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ชุมพร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน บุกเข้าตรวจสอบบ้านพักเป้าหมายในพื้นที่ หมู่ 4 ต.ท่าข้าม หลังจากได้รับแจ้งว่าเป็นแหล่งพักแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย เพื่อเตรียมส่งต่อไปประเทศมาเลเซีย พบรถกระบะตอนเดียวสีดำ ยี่ห้อโตโยต้า เป็นรถต้องสงสัยบรรทุกแรงงานต่างด้าวเต็มคัน แต่คนขับรถคันได้ขับพุ่งชนรถของนายอำเภออย่างแรง ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงขับรถไล่ตามจนสามารถจับกุมได้ในที่สุด

กระบะขนแรงงานเถื่อน

จากการตรวจค้นภายในรถ พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาจำนวน 14 คน นั่งอยู่ในกระบะหลัง โดยทุกคนนอนราบและใช้ผ้าพลาสติกสีดำปิดคลุมเอาไว้ แต่ยังมีแรงงานต่างด้าวอีกกลุ่มอาศัยความชุลมุนวิ่งหนีเข้าป่าหลังบ้าน เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังติดตามไล่ล่าท่ามกลางความมืด ก่อนสามารถควบคุมตัวได้เพิ่มอีก 5 คนในเวลาต่อมา รวมจับกุมได้ทั้งหมด 19 ราย แบ่งเป็นชาย 11 คน และหญิง 8 คน จากการสอบสวนผ่านล่าม แรงงานทั้งหมดรับสารภาพว่า พวกตนเดินทางมาจากเมืองมัณฑะเลย์และเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ลักลอบเข้ามาในตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2569 ก่อนถูกนำตัวมาพักใน จ.ชุมพร เพื่อรอส่งต่อไปทำงานยังประเทศมาเลเซีย โดยต้องเสียค่านายหน้าคนละ 44,000 บาท

กระบะขนแรงงานเถื่อน

ข่าวแจ้งว่า ขบวนการขนแรงงานต่างด้าวดังกล่าวมีการใช้ระบบโอนเงินจากบัญชีต่างประเทศ เมื่อขนแรงงานถึงปลายทางสำเร็จ โดยมีเครือข่ายผู้มีอิทธิพลและอดีตบุคคลในเครื่องแบบบางรายเกี่ยวข้องคอยอำนวยความสะดวกในการลักลอบขนย้ายแรงงานอย่างเป็นระบบ และขบวนการดังกล่าวมีพฤติการณ์ลักลอบขนแรงงานสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ส่วนบ้านหลังดังกล่าวเคยมีประวัติเกี่ยวข้องมาก่อน เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเข้าจับกุมในครั้งนี้ เจ้าของบ้านวัย 55 ปี (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยระบุว่าเปิดบ้านให้เช่า และรถกระบะที่ใช้ขนแรงงานดังกล่าวอ้างว่าจะพาไปขนผลปาล์มในสวน

Advertisement

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวคนขับรถและแรงงานทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ ดำเนินการตามกฎหมาย จากนั้นจะเร่งขยายผลติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีอยู่มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป