หน้าแรก ภูมิภาค หนุ่มขี่บิ๊กไ...

หนุ่มขี่บิ๊กไบค์คลั่ง รับเสพยามา 6 เม็ด ก่อนยิงมั่วจนมีคนตาย พบปืนมีทะเบียนแต่ผิดมือ เป็นชื่อตร.เกษียณ

27.04.26 | 10:59 น.

หนุ่มขี่บิ๊กไบค์คลั่ง ยิงกลางถนน ยอมรับเสพยาบ้ามาก่อน 6 เม็ด พบปืนมีทะเบียน แต่ผิดมือ เร่งสอบที่มา

จากกรณีชายขี่บิ๊กไบค์ล้มคว่ำแล้วคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนยิงรถยนต์กลางถนนในพื้นที่ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ น.ส.ปภัสรา อายุ 44 ปี ข้าราชการครู โรงเรียนวัดสุคันธาราม (สุคันธวิทยาคาร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และบาดเจ็บ 1 ราย คือนายวัลลพ อายุ 60 ปี เหตุเกิดวันที่ 26 เมษายน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว พบของกลางเป็นยาบ้า 3 เม็ด

เมื่อวันที่ 27 เมษายน นายธีรเมธ เทพวิชัยศิลปกุล นายอำเภอลาดบัวหลวง เปิดเผยผลการตรวจสอบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุว่า จากการตรวจสอบหมายเลขประจำปืนพบเป็นอาวุธปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อ CZ มีการจดทะเบียนถูกต้องตั้งแต่ปี 2551 โดยผู้ครอบครองตามใบอนุญาตคือ ด.ต.คมเนตร์ (พิจารณาการนำเสนอชื่อ) ปัจจุบันเกษียณราชการ ออกใบอนุญาตโดยที่ว่าการอำเภออุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และเป็นอาวุธปืนที่จัดซื้อในโครงการสวัสดิการของตำรวจ

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าชื่อผู้ครอบครองอาวุธปืนไม่ตรงกับผู้ต้องหาในคดี จึงเชื่อว่าเป็น “อาวุธปืนมีทะเบียนแต่ผิดมือ” โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนว่าอาวุธปืนดังกล่าวมาอยู่กับผู้ก่อเหตุได้อย่างไร

ทั้งนี้ ทางที่ว่าการอำเภอลาดบัวหลวงจะทำหนังสือประสานไปยังที่ว่าการอำเภออุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เพื่อตรวจสอบไปยังผู้ได้รับอนุญาตตัวจริงให้นำอาวุธปืนมาตรวจสอบ หากพบว่ายังอยู่ครบถ้วน อาจเข้าข่ายมีการสวมทะเบียน แต่หากสูญหายจะต้องตรวจสอบว่ามีการแจ้งหายไว้ถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ เนื่องจากการแจ้งอาวุธปืนหายต้องแจ้งทั้งสถานีตำรวจและนายทะเบียนที่ออกใบอนุญาต

Advertisement

นายอำเภอลาดบัวหลวงยังระบุว่า โดยปกติผู้ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนจะต้องเก็บรักษาอาวุธไว้ในทะเบียนบ้านตามที่ได้รับอนุญาต เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้พกพา หากปล่อยปละละเลยจนสูญหาย อาจก่อให้เกิดความเสียหายและมีความผิดตามกฎหมายได้

ขณะที่ความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหา ซึ่งยังให้การสับสน เบื้องต้นรับว่าเดินทางจากที่พักใน จ.ปทุมธานี เพื่อไปหาแฟนสาวใน จ.สุพรรณบุรี และได้เสพยาบ้ามาก่อนก่อเหตุจำนวน 6 เม็ด โดยพบของกลางยาบ้าติดตัวอีก 3 เม็ด

นอกจากนี้ ในการสอบสวนจะต้องมีทนายร่วมในการสอบสวน เนื่องจากโทษของผู้ต้องหามีโทษหนักสูงสุดคือประหารชีวิต โดยนับตั้งแต่ถูกควบคุมตัวจนถึงขณะนี้ยังไม่มีญาติเข้ามาเยี่ยมผู้ต้องหาแต่อย่างใด

ส่วนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ความปลอดภัย ขณะที่พนักงานสอบสวนระบุว่า ขณะนี้มีพยานหลักฐานครบทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพียงพอสำหรับดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว