หน้าแรก ภูมิภาค ผกก.ปากเกร็ด ...

ผกก.ปากเกร็ด ลั่นให้ความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย ปม ร.ต.ท. พาตำรวจหญิง เข้าม่านรูด

30.04.26 | 17:52 น.
ร.ต.ท.

ผกก.ปากเกร็ด ลั่นให้ความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย ปม ร.ต.ท. พาตำรวจหญิง เข้าม่านรูด

 

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิง สังกัด สอท.ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด นายหนึ่งซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานธุรการคดี สังกัด สภ.ปากเกร็ด พาเข้าโรงแรมม่านรูดย่านถนนคลองประปาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงรายนี้จะส่งข้อความไปหาแม่เพื่อขอความช่วยเหลือ จนตำรวจคอมมานโดแฟนหนุ่มของตำรวจหญิงรายนี้ทราบเรื่องจึงสืบเสาะหาเบอร์มือถือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ดคนก่อเหตุและโทรไปต่อว่าจนทำให้ฝ่ายตำรวจชาย สภ.ปากเกร็ด พาตำรวจหญิงออกจากโรงแรมแล้วนำตัวมาส่งที่หน้าห้างสรรพสินค้าถนนศรีสมาน

หลังเกิดเรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดแฟนหนุ่ม ได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงแฟนสาว เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจธุรการปากเกร็ดผู้ก่อเหตุตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่าน แต่คดีไม่คืบหน้าจึงตัดสินใจร้องเรียนผ่านสื่อนั้น

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ผู้สื่อข่าวได้ติดตามความคืบหน้าในคดีดังกล่าว จากการตรวจสอบในโรงพัก สภ.ปากเกร็ด ไม่พบตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจธุรการคนดังกล่าวที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี จากการสอบถามทราบว่า หลังเกิดเรื่องถูกแจ้งความ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจธุรการนายนี้ได้ถูกคำสั่งย้ายไปทำงานด้านธุรการเอกสารซึ่งเป็นงานไม่ต้องพบปะผู้คนแทนแล้ว โดยในวันนี้ไม่ได้เดินทางมาทำงานที่โรงพัก

ด้าน พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กล่าวว่า เรื่องนี้ตนได้รับแจ้งจากผู้เสียหายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในบังคับบัญชาของตนว่ามีการพาตำรวจหญิงเข้าโรงแรม จึงได้มีการสอบปากคำผู้เสียหายในรายละเอียดทั้งหมดและส่งตรวจร่างกาย เก็บพยานหลักฐานเสื้อผ้าส่งตรวจหา DNA และสอบปากคำพยานเรียบร้อยหมดแล้ว ส่วนข้อเท็จจริงต้องอยู่ที่ว่าใครมีพยานหลักฐานเพิ่ม ก็ต้องนำมาให้ตนตรวจสอบ แต่เท่าที่ตนได้ตรวจสอบเก็บรายละเอียดไว้ในสำนวนทั้งหมดครบในแทบทุกส่วนแล้ว

Advertisement
พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

พ.ต.อ.อดิเรกกล่าวต่อว่า หลังจากสอบปากคำพยานแล้วส่งวัตถุพยานต่างๆ ไปตรวจ ได้มีการรายงานความคืบหน้าให้กับตำรวจหญิงผู้เสียหายทราบมาโดยตลอด พร้อมกับรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ สิ่งที่ดูเหมือนว่าคดีล่าช้าจนกลายเป็นประเด็นไปออกสื่อ ตนก็ต้องขอให้เข้าใจด้วย ว่าในส่วนของการตรวจ ต้องรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถไปกำหนดหรือบังคับได้ จนกระทั่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนก็ได้ไปขอผลตรวจได้กลับมาแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทำสำนวนนำส่งพนักงานอัยการต่อไป

พ.ต.อ.อดิเรกกล่าวอีกว่า ตนให้ความเชื่อมั่นล้านเปอร์เซ็นต์ ไทม์ไลน์ของการสอบสวน ตลอดจนพยานหลักฐานต่างๆ ตนเก็บรวบรวมหมดแล้ว ไม่ได้ช้าและการประสานผลการตรวจได้ถือว่าเร็ว ขอฝากไปถึงผู้เสียหายด้วยว่าขอให้มั่นใจได้เลย ตนทำหน้าที่ตรงไปตรงมา คงไม่มานั่งแบกอะไรแบบที่ผู้เสียหายกังวล เรื่องการให้ความเป็นธรรม ความยุติธรรมนั้น อย่างน้อยคำว่าตำรวจถึงแม้จะเป็นตำรวจในบังคับบัญชา อีกฝั่งก็เป็นตำรวจก็เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาก็เหมือนกัน ถือเป็นลูกน้องตนเหมือนกันใครผิดก็ต้องว่าไปตามผิด ไม่มีการปกป้อง

พ.ต.อ.อดิเรกกล่าวต่อว่า ส่วนในทางคดีว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ตนในฐานะผู้บังคับบัญชาหลังทราบเรื่องแล้ว มีคำสั่งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวหยุดปฏิบัติหน้าที่เดิม คือไม่ต้องไปทำหน้าที่พบปะประชาชนแล้ว ตอนนี้มีหน้าที่ในการมารับส่งเอกสารเท่านั้น เพราะผลทางคดียังไม่ออก ก็ยังต้องให้ความเป็นธรรมด้วย เพราะหากจะไปใช้มาตรการทางปกครองเด็ดขาดโดยที่ผลคดียังไม่ออก จะไปกระทบกับการทำงานของโรงพัก ตนจึงให้มาทำหน้าที่ที่ไม่ต้องไปพบปะกับประชาชน เป็นมาทำหน้าที่รับเอกสารและส่งเอกสารให้กับภายในโรงพักเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าวอาจจะบานปลายออกไปอีก เนื่องจาก ร.ต.ท.คนก่อเหตุ มีภรรยาอยู่แล้ว และเมื่อไปออกรายการดังกล่าวแล้ว ทำให้ภรรยาทราบความจริงและเตรียมฟ้องชู้กับอีกฝ่ายที่นอกใจไปคบซ้อนแล้ว