ปทุมฯเดือด โวยสร้างรถไฟความเร็วสูง ถมทางคูน้ำกว้าง 8 เมตร ใส่ท่อ 80 เซนฯแทน หวั่นหลายหมื่นหลังจมบาดาล
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ห้องประชุมสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี กลุ่มตัวแทนชาวบ้านและผู้นำชุมชนจากอำเภอคลองหลวง กว่า 100 คน โดยมีนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง พร้อมด้วย นางสาวพรปริญญา ศรีจันทร์ ส.อบจ.เขต 5 อ.คลองหลวง, นายสัญชาติ คุระนันท์ ส.อบจ.เขต 7 อ.คลองหลวง และคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองคลองหลวง ร่วมเข้ารับฟังเรื่องร้องทุกข์พร้อมกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี เพื่อร้องเรียนความเดือดร้อนจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง รถถมดินปิดรางน้ำ ชาวบ้านหวั่นน้ำท่วมบ้าน เพราะพื้นที่ต่ำกว่าถนนเกือบ 3 เมตร

ปัญหาที่เกิดขึ้นตรงพื้นที่ชุมชน ไวท์เฮ้าส์, 8 ไร่, เทพประทาน, เกาะสวรรค์ และอื่นๆ อยู่ต่ำกว่าถนนพหลโยธินถึง 1-2 เมตร จึงต้องอาศัยการระบายน้ำลงสู่ลำรางที่ขนานกับทางรถไฟ เป็นคูกว้างถึง 6-8 เมตร แต่ปัจจุบันโครงการได้ถมดินปิดลำรางดังกล่าว พร้อมฝังท่อระบายน้ำขนาดเพียง 80 เซนติเมตรแทน ทำให้ชาวบ้านนอนไม่หลับทุกครั้งที่ฟ้ามืด เพราะเห็นสภาพลำรางถูกถมไปแล้ว น้ำไม่มีทางไป ถ้าท่วมรอบนี้ไม่ใช่แค่ระดับหน้าแข้ง แต่จะท่วมมิดหัวเพราะระบายไม่ได้เลย
อาจทำให้น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่หลายชุมชนรวมหมื่นครัวเรือน ต้องเดือดร้อน ยังหวั่นว่าจะปิดทางเข้า-ออกด้านหลังชุมชน จนทำให้เด็กนักเรียนไม่สามารถเดินทางไปเรียนตามปกติได้ ตอนนี้ยังพบว่าบ้านบางหลังที่อยู่ใกล้เขตก่อสร้าง เกิดการทรุดตัวและรอยร้าวตามผนังและพื้นบ้านแล้ว

หนึ่งในตัวแทนชาวบ้านชุมชนหมู่บ้านไวท์เฮ้าส์ กล่าวน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ทุกวันนี้พอมองไปที่ลำรางรถไฟเคยเป็นทางรอดของพวกเรา แล้วเห็นดินมาถมทับจนมิด ใจมันหายเลย พวกเรานอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว ยิ่งเห็นท้องฟ้าครึ้มฝนจะตก ใจมันเต้นรัว กลัวว่าตื่นมาน้ำจะเต็มบ้านเหมือนปี 54 หรืออาจจะหนักกว่า ครั้งนี้ทางระบายน้ำมันถูกปิดตายด้วยน้ำมือมนุษย์ พวกเราไม่ใช่คนร่ำรวย บ้านหลังนี้คือสมบัติชิ้นเดียว เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เราหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง ถ้าการรถไฟจะสร้างความเร็วสูงเพื่อให้คนอื่นสบาย แต่ต้องทิ้งให้พวกเรา 30,000 ครัวเรือนจมบาดาล มันยุติธรรมแล้วหรือ ท่อขนาด 80 เซนติเมตรที่เอามาวาง เหมือนเอาหลอดกาแฟมาให้คนสำลักน้ำใช้นะครับ มันรับน้ำไม่ไหวหรอก”
ชาวบ้านอีกราย บ้านอยู่ติดกับเขตก่อสร้าง เล่าถึงความทุกข์ใจ “ตอนนี้ไม่ใช่แค่พะวงเรื่องน้ำ แต่มองไปที่ผนังบ้านก็มีแต่รอยร้าวเพิ่มขึ้นทุกวัน แรงสั่นสะเทือนจากการก่อสร้างทำลายบ้านเราไปทีละนิด พอไปถามผู้รับเหมาก็สะบัดหน้าใส่ บอกให้ไปคุยกับส่วนกลาง แล้วเรื่องถนนโลคัลโรด อีก ลูกหลานเราใช้เส้นทางนี้เดินไปโรงเรียนมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ถ้าคุณปิดกั้นเพื่อสร้างทางรถไฟ แล้วให้เราไปอ้อมไกลเป็นกิโลๆ หรือต้องติดอยู่ในซอยที่ไม่มีทางออก เด็กๆ จะอยู่อย่างไร เราเหมือนถูกขังอยู่ในบ้านตัวเอง โดยที่มีรถไฟความเร็วสูงวิ่งผ่านหัวไปเฉยๆ โดยไม่เห็นหัวพวกเราเลย”

ขณะที่นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายก ทม.คลองหลวง ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ชาวบ้านพากันมาหาพล.ต.ท.คำรณวิทย์ เพราะคือที่พึ่งสุดท้ายของคนปทุมฯ ปัญหามันวิกฤต ชุมชนใหญ่ๆ อย่างหมู่บ้านไวท์เฮ้าส์, 8 ไร่ หรือเทพประทาน เกาะสวรรค์ อยู่กันแบบนี้มานาน อาศัยลำรางของการรถไฟที่มีความกว้างถึง 6-8 เมตร เป็นเส้นเลือดใหญ่ในการระบายน้ำ แต่พอโครงการรถไฟความเร็วสูงเข้ามา ผู้รับเหมากลับถมดินปิดลำรางนี้เฉยเลย ไม่มีการแจ้งชุมชน ไม่ปรึกษาเทศบาล แล้วเขาบอกว่าจะฝังท่อขนาด 80 เซนติเมตรเข้าไปแทน
“ผมถามว่าน้ำจากชุมชนเป็นหมื่นครัวเรือนจะไปได้ยังไง ขนาดตอนมีคลองกว้างๆ ฝนตกหนักน้ำยังเกือบล้น แล้วนี่เอาท่อเล็กๆ มาวาง มันคือการฆ่าชาวบ้านทั้งเป็น ถ้าฝนตกลงมาตอนนี้ ชาวบ้านที่มีบ้านหลังเดียว เฟอร์นิเจอร์แค่ไม่กี่ชิ้น หมดตัวแน่นอน ผมพยายามคุยกับผู้รับเหมาแล้ว แต่เขาตอบกลับมาแค่ว่า ทำตามแบบอย่างเดียว ไม่คุย ในเมื่อคุณไม่คุยกับท้องถิ่น ไม่คุยกับคนในพื้นที่ คุณก็ทำงานต่อไปลำบากครับ ถ้าพี่น้องประชาชนไม่ยอม งานคุณก็เดินไม่ได้ ผมขอฝากไปถึงผู้ว่าการรถไฟฯ และกระทรวงคมนาคมว่า การทำงานที่ไม่เอามวลชนคือจุดล้มเหลวที่สุดของภาครัฐครับ”

ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวถึงแนวทางการจัดการและท่าทีต่อการรถไฟฯ อย่างดุเดือดว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ 3 หมู่บ้าน แต่กระทบไปถึงประทานพร รัตนโกสินทร์ 200 ปี ไปจนถึงมหาลัยธรรมศาสตร์รังสิต พื้นที่แถวนี้เป็นแอ่งกระทะครับ ต่ำกว่าถนนพหลโยธินอย่างน้อย 2 เมตร น้ำมันไหลย้อนขึ้นไปไม่ได้ ต้องระบายเลียบทางรถไฟไปลงคลองเปรมประชากรตามธรรมชาติ การที่คุณมาปิดทางน้ำเดิม แล้วเปลี่ยนเป็นท่อขนาดเล็ก หรือจะปิดทางเข้า-ออกถนนจนเด็กนักเรียนเดินทางไปโรงเรียนไม่ได้ นี่คือการสร้างความเจริญบนคราบน้ำตาคนพื้นที่
“ผมยอมไม่ได้ครับ หลังจากนี้ ผมจะส่งหนังสือและนำข้อเรียกร้องทั้งหมดเสนอต่อการรถไฟแห่งประเทศไทยทันที จะเชิญวิศวกรโครงการมานั่งโต๊ะคุยกันร่วมแก้ไขปัญหา คุณทำงานยังไง ไม่ถามคนในพื้นที่ถ้าคุณยังดื้อรั้นจะทำตามแบบที่สร้างปัญหาให้คนปทุมฯ ผมบอกเลยว่าถ้าชาวบ้านเขาเดือดร้อนรวมตัวกันปิดถนน ปิดไซต์งานไม่ให้คุณสร้างต่อ ก็อย่ามาโทษกัน เพราะหน้าที่ของผมคือปกป้องพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ปกป้องโครงการที่ทำร้ายคนในจังหวัด” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว

