โครงการวางท่อน้ำดิบจากลำตะคอง เพื่อผลิตประปา คาดปลายปี 71 เปิดใช้เต็มระบบ
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ห้องแระชุมชั้น 3 โรงแรมแคนทารี่ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา นางพัชรวีร์ สุวรรณิก รองเลขาธิการด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และนายกริชชัย ศิลปะรายะ ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เดินทางไปตรวจติดตามโครงการจัดหาน้ำดิบเพื่อผลิตประปาจากอ่างเก็บน้ำลำตะคองไปยังโรงกรองน้ำมะขามเฒ่า ของเทศบาลนครนครราชสีมา
โดยมีนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา นายวุฒิศักดิ์ ภาวะศิลป์ รองนายกฯ ปลัดเทศบาลฯ และผู้อำนวยการสำนักการประปาเทศบาลนครนครราชสีมาและคณะ ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปความคืบหน้าของโครงการให้รับทราบ
จากนั้นนายแพทย์วรรณรัตน์ ได้นำคณะของสำนักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเดินทางไปตรวจติดตามความคืบหน้าในการก่อสร้างโรงกรองน้ำแห่งใหม่ที่บ้านมะขามเฒ่า ต.บ้านใหม่ อ.เมืองนครราชสีมา

นายแพทย์วรรณรัตน์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการจัดหาน้ำดิบเพื่อผลิตประปาจากอ่างเก็บน้ำลำตะคองเพื่อยกระดับระบบประปารองรับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ว่าเทศบาลนครนครราชสีมาได้รับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินจากรัฐบาลจำนวนกว่า 1,885 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างระบบจัดหาน้ำดิบจากอ่างลำตะคอง อ.สีคิ้ว มายังโรงกรองน้ำผลิตประปาที่บ้านมะขามเฒ่า อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งท่อส่งน้ำดิบเดิมใช้งานมาแล้ว 38 ปี เสื่อมสภาพหมดอายุการใช้งาน โดยเป็นโครงการงบประมาณผูกพันต่อเนื่อง 3 ปี ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2569-2571 โดยได้มีการทำสัญญาจ้างบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด
ซึ่งการดำเนินการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือการวางท่อส่งน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำลำตะคองถึงสถานีสูบน้ำมะเกลือใหม่เลียบไปตามฝั่งลำตะคองจนถึงโรงกรองน้ำมะขามเฒ่าซึ่งท่อน้ำดิบใหม่จะสามารถส่งน้ำดิบจากลำตะคองเพิ่มขึ้นจากเดิม 70,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน เป็น 100,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน และส่วนที่สอง คือการก่อสร้างสถานีสูบน้ำที่เขื่อนระบายน้ำมะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน และก่อสร้างโรงกรองน้ำมะขามเฒ่า อ.เมืองนครราชสีมาแห่งใหม่เพื่อเพิ่มกำลังผลิตประปาและให้มีความทันสมัย ซึ่งโครงการก่อสร้างได้เริ่มต้นมอาตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา จะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 21 พฤษภาคม 2571
ทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าของโครงการ ซึ่งพบว่าขณะนี้ผลการดำเนินงานมีความรุดหน้าไปอย่างมาก โดยสามารถทำผลงานได้เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ถึงร้อยละ 8.4 ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าโครงการจะแล้วเสร็จตามกำหนดการเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้แก่ประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาและปริมณฑลได้อย่างทันท่วงที
อย่างไรก็ตาม นอกจากการเร่งก่อสร้างระบบส่งน้ำดิบแล้ว ความท้าทายสำคัญที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไปคือการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำประปาและการจัดการปัญหาท่อประปาแตกชำรุดเนื่องจากเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ซึ่งในปัจจุบันพบสถิติการสูญเสียน้ำประปาในระบบสูงถึงร้อยละ 55 ของปริมาณน้ำที่ผลิตได้ทั้งหมด ส่งผลให้สูญเสียทรัพยากรและงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์อย่างมหาศาล

ด้วยเหตุนี้จึงได้ประสานความร่วมมือกับองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเกาหลี หรือ K-water เพื่อนำผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยวางแผนและแก้ไขปัญหาการสูญเสียน้ำในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งหวังว่าหากโครงการก่อสร้างระบบน้ำดิบแล้วเสร็จผนวกกับการลดอัตราน้ำสูญเสียน้ำได้สำเร็จ ประประชาชนในเขตเทศบาลและพื้นที่ปริมณฑลจะมีน้ำประปาใช้อย่างเพียงพอและมั่นคงอีกทั้งจะลดความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่ต้นน้ำและปลายน้ำและสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค หรือเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนในอนาคตได้อย่างยั่งยืนต่อไปนายแพทย์วรรณรัตน์ฯกล่าว

