ผกก.ปากเกร็ด ยันแจ้งข้อหา ตร.ในสังกัดแล้ว พยายามข่มขืนกระทำชำเรา ‘ตร.หญิง’ สังกัด บช.สอท. ในม่านรูด พร้อมตั้ง กก.สอบ-สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที หวั่นแทรกแซงพยานหลักฐาน
จากกรณีกระแสข่าวข้าราชการตำรวจหญิง สังกัด บช.สอท. แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ให้ดำเนินคดีกับข้าราชการตำรวจชาย สังกัด สภ.ปากเกร็ด ในข้อหา “พยายามข่มขืนกระทำชำเรา, กักขังหน่วงเหนี่ยว และกระทำอนาจารฯ” เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นั้น
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น ดังนี้
การดำเนินการในวันเกิดเหตุ
เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2569 เวลาประมาณ 22.45 น. ผู้เสียหายพร้อมด้วยแฟนหนุ่มได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพื่อแจ้งความดำเนินคดี โดยพนักงานสอบสวนได้เร่งดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายในทันที ดังนี้
ด้านคดีอาญา : พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามระเบียบในคดีอาญาที่ 358/2569
ด้านนิติวิทยาศาสตร์ : ได้ดำเนินการส่งตัวผู้เสียหายเข้ารับการตรวจร่างกาย ณ ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ พร้อมทั้งรวบรวมวัตถุพยานจากผู้เสียหายส่งตรวจพิสูจน์ ณ ศูนย์พิสูจน์หลักฐานในทันที เพื่อรักษาความถูกต้องของพยานหลักฐาน
ด้านการคุ้มครองสิทธิ : เนื่องจากรับแจ้งจากแฟนหนุ่มว่าผู้เสียหายได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง พนักงานสอบสวนจึงได้คำนึงถึงสภาพจิตใจและสิทธิของผู้เสียหายเป็นสำคัญ จึงแจ้งกับผู้เสียหายว่าหากมีความพร้อมเมื่อใดให้เข้ามาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้เสียหายมีความพร้อมและสามารถให้การได้อย่างครบถ้วนที่สุด
การแจ้งข้อกล่าวหาและการดำเนินคดีอาญา
พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องและพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาแก่ข้าราชการตำรวจคู่กรณี (ชาย อายุ 56 ปี) ในข้อหา “พยายามข่มขืนกระทำชำเรา, กักขังหน่วงเหนี่ยว และกระทำอนาจารฯ” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นทางคดี ภายหลังจากได้รับผลตรวจพยานหลักฐานครบถ้วน
การดำเนินการทางวินัย
สภ.ปากเกร็ด ได้ดำเนินการทางวินัยอย่างเคร่งครัด โดยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจรายดังกล่าวหยุดปฏิบัติหน้าที่ในทันที เพื่อป้องกันการแทรกแซงพยานหลักฐาน และเพื่อให้เกิดความโปร่งใส่ในกระบวนการยุติธรรมอย่างสูงสุด
การประสานงานผู้เสียหายและแจ้งความคืบหน้าคดี
พนักงานสอบสวนและผู้บังคับบัญชาได้ให้ความสำคัญ กับการเยียวยาสภาพจิตใจและคุ้มครองพยาน โดยได้ติดต่อประสานงาน เพื่อแจ้งความคืบหน้าทางคดีให้แก่มารดาของผู้เสียหายทราบ อย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน เพื่อยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม
สภ.ปากเกร็ด ขอยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมาย และระเบียบวินัยถึงที่สุดโดยไม่มียกเว้นหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดโม่ว่ากรณีใดๆ เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย และรักษาเกียรติขององค์กร

