นายกโพธิ์กลาง สั่งเพิกถอนสิทธิบัตร ปชช. 50 ราย พบแจ้งเกิดปลอม ชี้ โยงกลุ่มทุนจีน
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เปิดเผยกรณีการตรวจสอบพบการสวมสิทธิทำบัตรประชาชนโดยมิชอบว่า “จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบรายชื่อที่มีความผิดปกติ รวมทั้งสิ้น 50 ราย โดยในจำนวนนี้มี 5 ราย ที่กรมการปกครองตรวจพบความผิดปกติ และแจ้งให้ทางเทศบาลดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งตนได้สั่งเพิกถอนสิทธิไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังตรวจสอบพบว่าข้อมูลการเกิดไม่ได้มาจากโรงพยาบาลค่ายสุรนารี ตามที่อ้างในเอกสาร
นอกจากนี้ ยังได้ขยายผลตรวจสอบเพิ่มเติมจนพบความผิดปกติ เพิ่มอีก 22 รายในระยะแรก และตรวจสอบเชิงลึกต่อ จนพบอีก 23 ราย รวมเป็น 45 ราย ที่ต้องดำเนินการเพิกถอนเพิ่มเติม โดยตนได้เดินทางไปหารือกับนายอำเภอเมืองนครราชสีมาและผู้บริหารโรงพยาบาลค่ายสุรนารี เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง ซึ่งทางโรงพยาบาลยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีข้อมูลการเกิดของบุคคลกลุ่มนี้ในระบบของโรงพยาบาลแต่อย่างใด”
ดร.กิติพงศ์ระบุอีกว่า “สาเหตุที่กลุ่มขบวนการเลือกอ้างอิงโรงพยาบาลค่ายสุรนารี เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งระบบข้อมูลการเกิดยังไม่ได้เชื่อมโยง (MOU) กับกรมการปกครองเหมือนโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ทำให้เกิดช่องว่างให้ผู้กระทำผิด สามารถนำเอกสารเท็จมาแอบอ้างได้ง่ายขึ้น
โดยกลุ่มบุคคลที่เข้ามาสวมสิทธิส่วนใหญ่กว่า 80% เป็นชาวจีน และพบกรณีที่น่าสงสัยอย่างยิ่ง เช่น การแจ้งเกิดเป็นฝาแฝดถึง 6 คู่ รวมถึงผู้ที่มาแจ้งสวมสิทธิมีภูมิลำเนาจากหลากหลายจังหวัด ทั้งนครปฐม กาญจนบุรี เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมากที่เลือกมาแจ้งเกิดที่ตำบลโพธิ์กลาง ทั้งที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่
ทั้งนี้ ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการเพิกถอนสิทธิทั้ง 45 รายให้เสร็จสิ้นภายในวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคมนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลเหล่านี้ใช้บัตรประชาชนที่ได้มาโดยมิชอบ เดินทางออกนอกประเทศ หรือกระทำการที่ส่งผลเสียต่อความมั่นคงของชาติ พร้อมทั้งนัดสรุปสำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดในวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2569 เพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งตนยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดไม่มีการละเว้น โดยโทษสูงสุดทางวินัย คือ การไล่ออก และจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ป.ป.ช. ดำเนินคดีอาญาให้ถึงที่สุด เพื่อปกป้องสิทธิของคนไทยและรักษาความมั่นคงของประเทศชาติสืบต่อไป


