ลูกชายทวงเงิน พ่อหนีไม่พ้น ถูกลูกคลั่งซ้อมจนเสียชีวิตสลดกลางดึก
เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 4 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลพัทลุงเข้าช่วยเหลือนายเวียง อายุ 74 ปี ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนหมดสติอยู่ริมถนนหน้าบ้าน ในพื้นที่หมู่ 4 ต.พญาขัน อ.เมือง จ.พัทลุง เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่าไม่มีชีพจร จึงเร่งปั๊มหัวใจและนำส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่ห้องฉุกเฉิน
ด้าน ร.ต.อ.โสรส ชนะพันธุ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง พร้อมกำลังสายตรวจ เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุภายในบ้าน พบข้าวของภายในบ้านและห้องครัวกระจัดกระจาย มีร่องรอยการต่อสู้

จากการสอบสวนนางประคอง อายุ 64 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนายเวียงอยู่กับนายวีรยุทธ อายุ 44 ปี ลูกชาย เพียง 2 คน และมีปากเสียงกันเรื่องเงิน 90,000 บาท ซึ่งเป็นเงินจากการขายวัว โดยผู้เป็นพ่อเก็บไว้ในบัญชี และตั้งใจจะโอนให้ในวันรุ่งขึ้น เนื่องจากต้องไปโรงพยาบาลเพื่อฟอกไต
ระหว่างเกิดเหตุ นายเวียงพยายามออกจากบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า แต่ลูกชายไม่ยอม จนเกิดการทะเลาะและทำร้ายร่างกายกันภายในห้องครัว ผู้เป็นพ่อซึ่งมีโรคประจำตัวหลายโรค ร่างกายอ่อนแอ ได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะวิ่งออกมาล้มหมดสติหน้าบ้าน
หลังเกิดเหตุ ญาติแจ้งกู้ชีพเข้าช่วยเหลือ ขณะที่ผู้ก่อเหตุได้ตามไปที่โรงพยาบาล ก่อนจะหลบหนีไปเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง

นางประคองระบุเพิ่มเติมว่า ลูกชายมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด และมักมีอาการคลุ้มคลั่ง ก่อเหตุทะเลาะกับคนในครอบครัวเป็นประจำ เคยทำร้ายตนจนได้รับบาดเจ็บ และเคยถูกจับกุมส่งบำบัดมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังกลับไปเสพยาอีก
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนร่างผู้เสียชีวิต ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่วัดใกล้บ้านต่อไป
ต่อมาเวลา 09.30 น. พ.ต.ท.ณัฐศิษฏ์ ชูเพชร สวป.สภ.เมืองพัทลุง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวนายวีรยุทธได้ภายในบ้านพัก ต.พญาขัน อ.เมือง จ.พัทลุง หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายเวียง ซึ่งเป็นบิดา จนเสียชีวิต โดยพบตัวผู้ต้องหาขณะนอนหลับอยู่ภายในบ้าน

จากการสอบสวนนายวีรยุทธให้การว่า สาเหตุเกิดจากความขัดแย้งเรื่องเงิน 90,000 บาท ซึ่งตนต้องการย้ายบัญชีจากของมารดามาเป็นของตน จึงมีปากเสียงกับบิดา อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายบิดา โดยอ้างว่าถูกบิดาทำร้ายก่อน และบิดาล้มลงเสียชีวิตเอง
ทั้งนี้ นายวีรยุทธแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับว่ามีพฤติกรรมเสพยาเสพติด และเคยถูกจับกุมในคดียาเสพติดหลายครั้ง ได้แก่ ปี 2554 และปี 2559 ในข้อหาครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย และล่าสุดปี 2567 ในข้อหาครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายบุพการีจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ส่วนข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดอยู่ระหว่างการตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย หากพบจะดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

