ตำรวจเร่งตรวจกล้องวงจรปิด-เส้นทางโดยรอบ ไล่ไทม์ไลน์แท็กซี่ถูกฆ่าชิงทรัพย์กลางทุ่งนา
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับแจ้งพบศพคนขับรถแท็กซี่ ถูกทำร้ายเสียชีวิต ทิ้งร่างกลางทุ่งนา ห่างจากถนนทางหลวงหมายเลข 9 สายบางปะอิน–บางบัวทอง ประมาณ 1 กิโลเมตร
โดยในที่เกิดเหตุพบรถแท็กซี่จอดเปิดประตูทิ้งไว้ และพบศพ นายประหยัด บุทอง อายุ 65 ปี มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ คาดถูกทำร้ายเพื่อชิงทรัพย์
ความคืบหน้าล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุอีกครั้ง พบว่าเส้นทางอยู่กลางทุ่งนาไม่ใช่เป็นถนนเป็นแนวคันดิน พื้นที่บริเวณโดยรอบจะเป็นพื้นที่นา แล้วมีทางคันดินเล็กๆที่รถยนต์ไม่สามารถสวมกันได้มาออกที่ถนนทางหลวงหมายเลข9 บางปะอินบางบัวทอง

ได้สอบถามข้อมูลจากร้านโรตีสายไหมซึ่งอยู่ปากทางเข้าบริเวณที่เกิดเหตุ นายทรงเดช หาญณรงค์อายุ 46 ปี พ่อค้าโรตีสายไหม ให้ข้อมูลว่าปกติบริเวณที่เกิดเหตุตนเองค้าขายอยู่บริเวณนี้มา 10 กว่าปีแล้วไม่ค่อยพบเห็นมีรถยนต์อะไรเข้าไปบริเวณที่เกิดเหตุ จะมีส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์กระบะ ของชาวนาที่เข้าไปดูแลนา
ได้พบเห็นรถยนต์แท็กซี่ ลักษณะสีเดียวกันและไม่มีโครงบนหลังคาเหมือนรถยนต์แท็กซี่ทั่วไป ขับผ่านใช้ความเร็วไม่มาก แต่ไม่ทันสังเกตว่าเป็นรถป้ายเหลืองหรือป้ายขาว ไม่มั่นใจว่าใช้คันเดียวกันหรือไม่
พยานรายหนึ่งเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ช่วงเวลาประมาณ 11.00–12.00 น. ขณะทำงานอยู่ที่โรงน้ำแข็งแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้พบชายต่างด้าวสัญชาติลาวรายหนึ่งเรียกรถแท็กซี่ให้มารับ โดยให้เหตุผลว่าจะลาออกจากงานเพื่อไปหางานใหม่
จากการสังเกต รถแท็กซี่คันที่มารับมีลักษณะคล้ายกับรถของผู้เสียชีวิต แต่พยานยอมรับว่ายังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าเป็นคันเดียวกันหรือไม่ โดยเห็นเพียงว่ามีรถแท๊กซี่ลักษณะใกล้เคียงกับของผู้เสียชีวิต ได้ขับเข้ามารับชายคนดังกล่าวออกจากโรงงาน ก่อนจะออกไปโดยไม่ทราบปลายทาง
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงจากพยานรายนี้อย่างละเอียด พร้อมเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และเส้นทางโดยรอบ เพื่อติดตามไทม์ไลน์ของรถแท็กซี่และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน ตำรวจยังคงตั้งประเด็นการก่อเหตุไว้หลายแนวทาง โดยเฉพาะประเด็นชิงทรัพย์
และเรื่องของอาวุธที่ใช้ในการทำร้ายร่างกายโดยการตรวจสอบบาดแผลน่าจะเป็นของมีคมลักษณะโค้งหรือวงกลมกระแทกที่บริเวณหน้าผากของคนขับแท็กซี่อย่างแรง และอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยมาดำเนินคดีตามกฎหมาย


