จนท.ตรวจสอบบ้านเด็กจีน 4 ราย แจ้งเกิดเท็จ รับสิทธิบัตรปชช.ไทย พบร้าง-เป็นพื้นที่ว่างเปล่า
วันนี้(6 พฤษภาคม 2569) นายศักดิ์สิทธิ์ ภูมูลเมือง ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน หัวหน้าชุด DOPA N.I.C.E. ของกรมการปกครอง นำทีมลงพื้นที่สำรวจ 1 ใน 4 บ้าน ที่ถูกอดีตปลัดอำเภอห้วยแถลง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน ร่วมกันทำการทุจริตนำเด็กที่ถูกแจ้งเกิดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย นำชื่อพร้อมบุคคลอื่นที่เป็นชาวจีนมาใส่ไว้ในเลขที่บ้านดังกล่าว ใน ต.หลุ่งประดู่ อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า บ้านหลังดังกล่าว มีลักษณะเป็นบ้านสองชั้น ข้างบนเป็นไม้ ข้างล่างเป็นปูน และถูกปล่อยทิ้งร้างมานานหลายปีแล้ว
จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ และญาติ ของเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ทราบว่า เจ้าของบ้านหลังดังกล่าวได้เสียชีวิตไปประมาณ 3 ปีแล้ว และญาติที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านต้องย้ายออกมา เนื่องจากบ้านติดจำนอง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องย้ายออกจากบ้าน และมาสร้างบ้านใหม่ในเนื้อที่ด้านหน้าของบ้านที่ถูกปล่อยทิ้งร้างเอาไว้ ซึ่งทางญาติเปิดเผยอีกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่มีใครมาอยู่อาศัย ถูกปล่อยให้ทิ้งร้างมานานแล้ว
นอกจากนี้ บ้านเลขที่อีก 3 หลัง ที่เจ้าหน้าที่ ได้ทำการตรวจสอบนั้น พบว่า บ้านใน ต.หลุ่งประดู่ อ.ห้วยแถลง และใน ต.ห้วยแคน อ.ห้วยแถลง มีเลขที่บ้าน แต่กลับไม่มีบ้านที่อยู่อาศัยปลูกสร้างอยู่ เป็นเพียงแค่พื้นที่ว่างเปล่า ส่วนอีกหลังคือ บ้าน ใน ต.หินดาด อ.ห้วยแถลง พบว่า ไม่มีบ้านที่อยู่อาศัยหรือแม้แต่พื้นที่ดินว่างเปล่าก็ไม่พบ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่า บ้านเลขที่ 111 หมู่ 2 ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนสร้างขึ้นมา เพื่อที่จะนำเด็กที่แจ้งเกิด และบุคคลอื่นเข้าไปใส่ในทะเบียนบ้าน
ซึ่งภายหลังจากการลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านทั้ง 4 หลังแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ ได้มีการเชิญตัวผู้ใหญ่บ้านที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ปากคำ เพื่อเป็นข้อมูลในการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ฯ ต่อไป
นายศักดิ์สิทธิ์ ภูมูลเมือง ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน เปิดเผยว่า “จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่า ในพื้นที่อำเภอห้วยแถลงตอนนี้ เหมือนเป็นจุดพักของขบวนการกุมารจีนที่แจ้งเกิดเท็จ ก่อนที่จะทำการแก้ไขรายการทะเบียนและย้ายออกไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ
ซึ่งตรวจสอบในพื้นที่อำเภอห้วยแถลง พบมีอยู่ทั้งหมด 19 รายการ โดยมีบ้านที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 4 หลัง ซึ่ง 3 หลังนั้นเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ส่วนอีกหนึ่งหลังมีตัวบ้าน แต่เจ้าของเจ้าของบ้านได้เสียชีวิตไปแล้ว ก่อนที่อดีตปลัดอำเภอจะทำการย้ายเด็กเข้ามาในทะเบียนบ้าน ซึ่งเหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้นนี้ เป็นการอาศัยช่องว่างของเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้และความชำนาญเรื่องทะเบียน ได้อาศัยช่องว่างที่มีผู้อยู่อาศัยมาแจ้งรื้อถอนบ้านไปแล้ว แต่ไม่ได้แจ้งยกเลิกทะเบียนบ้าน จึงทำให้อดีตปลัดอำเภอผู้ก่อเหตุ ใช้ช่องว่างนี้นำเด็กย้ายเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้าน ส่วนพื้นที่ปลายทางที่มีการย้ายออกไปก่อนหน้านี้นั้น ทางชุด DOPA N.I.C.E. จะเร่งดำเนินการติดตามและยกเลิกต่อไป
ด้านนายอดุลย์ นาคสุวรรณ์ นายอำเภอห้วยแถลง เปิดเผยว่า “สำหรับพฤติกรรมการกระทำความผิดของอดีตปลัดอำเภอนั้น จากการตรวจสอบพบว่า อดีตปลัดอำเภอคนดังกล่าว ได้ใช้อำนาจหน้าที่ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎร์เข้าไปแก้ไขรายละเอียดรายการของทะเบียนราษฎร์ ก่อนที่จะนำเด็กย้ายเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านที่ได้มีการจัดเตรียมเอาไว้แล้ว
ซึ่งขณะนี้ ทางอำเภอห้วยแถลงได้แจ้งความร้องทุกข์ไปยังสถานีตำรวจภูธรห้วยแถลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. เป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน และอยู่ในระหว่างการดำเนินการยกเลิกข้อมูลทะเบียนบ้านทั้ง 4 หลัง ที่มีปัญหาอยู่ และกำลังดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง เพื่อเอาผิดต่อผู้กระทำผิดทั้ง 2 ราย ที่อยู่ในความรับผิดชอบของอำเภอห้วยแถลง

