ซึ่งมี พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พ.ต.อ.ราชศักดิ์ ญาณอุบล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และ พ.ต.อ.พัฒนากร สูงนารถ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรด่านขุนทด ร่วมรับฟังปัญหาและติดตามความคืบหน้าคดี
นายสมเกียรติ เปิดเผยว่า กลุ่มผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่นำรถไปจำนำ เพื่อนำเงินไปลงทุน เมื่อถึงเวลานำเงินมาไถ่ถอนกลับพบว่ารถบางคันหายไป คาดว่าถูกนำไปขายต่อหรือจำนำต่อให้บุคคลอื่น ทำให้ไม่กล้าเข้าไถ่ถอนเพราะเกรงว่าจะไม่ได้รถคืน ซึ่งผู้เสียหายที่เดินทางมาในวันนี้มีรถเกี่ยวข้องประมาณ 8 คัน และคาดว่ายังมีเพิ่มเติมรวมมากกว่า 10 คัน
สำหรับตนเองได้รับผลกระทบถึง 3 คัน ได้แก่ รถกระบะ 4 ประตู จำนำวงเงิน 100,000 บาท, รถกระบะ 4 ล้อเล็ก จำนำ 50,000 บาท และรถเก๋งขนาดเล็ก จำนำ 40,000 บาท ซึ่งเงินที่ได้ถูกนำไปหมุนเวียนในธุรกิจและใช้จ่ายหนี้สินรายวัน ก่อนหน้านี้ชาวบ้านบางส่วนไม่กล้าแจ้งความเนื่องจากกังวลเรื่องสัญญาไฟแนนซ์ เพราะยังผ่อนชำระไม่หมด แต่เมื่อได้รับความเดือดร้อนหนักจึงตัดสินใจรวมตัวเข้าร้องเรียน พร้อมฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามรถคืน หรือให้กลุ่มนายทุนออกมาแสดงความรับผิดชอบ หากไม่สามารถนำรถมาคืนได้ ก็ขอให้มีการไกล่เกลี่ยหาทางออกร่วมกัน
พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า เบื้องต้นพบว่าชาวบ้านนำรถไปจำนำแต่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง มีรถเกี่ยวข้องประมาณ 5-6 คัน และอาจมีผู้เสียหายเพิ่มเติม จึงแนะนำให้ทั้งหมดเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ด่านขุนทด เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

