หน้าแรก ภูมิภาค นักท่องเที่ยว...

นักท่องเที่ยวมาเลย์ เข้ามอบตัว หลังขับเบนซ์หรู กระชากเครื่องล็อกล้อขาด อ้างตกใจ-รีบไปส่งเพื่อน

7.05.26 | 12:02 น.

นักท่องเที่ยวมาเลย์ เข้ามอบตัว หลังขับเบนซ์หรู กระชากเครื่องล็อกล้อขาด อ้างตกใจ-รีบไปส่งเพื่อน


วันที่ 7 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอือ อายุ 40 ปี นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย พร้อมเพื่อนชาวมาเลเซีย และนายตัน จง ยี่ ล่ามแปลภาษา เดินทางเข้าชำระค่าปรับตามกฎหมายจราจร ที่ สภ.หาดใหญ่ หลังจากเมื่อวันที่ 4 พ.ค.69 นายอือ แอน โจว ขับรถยนต์หรู ยี่ห้อเมอร์ซิเดส-เบ็นซ์ ออกจากริมทางเดินเท้าที่ถนนประชาธิปัตย์ตัดแยกโก้งโค้ง ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กระชากเครื่องบังคับล้อของตำรวจจราจร สภ.หาดใหญ่ ที่ล็อกล้อรถไว้ เนื่องจากจอดในจุดห้ามจอด ขาว-แดง จนขาดแล้วขับออกไปจากจุดดังกล่าวอย่างรวดเร็ว

นายอือ บอกผ่านล่ามแปลภาษาว่า วันเกิดเหตุได้จอดรถแล้วลงไปรับประทานอาหารเช้า เมื่อเสร็จ ก็เดินมาที่รถ เห็นใบสั่งปิดไว้ที่หน้ากระจกรถ จึงคิดว่าต้องขับไปจ่ายค่าปรับเท่านั้น และไม่เห็นเครื่องบังคับล้อ จึงขึ้นรถไปสตาร์ตเครื่องแล้วจะขับออกไป แต่ปรากฎว่า ก็ได้ยินเสียงดังที่ล้อหน้า จึงลงจากรถมาดู ก็เห็นว่าล้อถูกล็อกอยู่ ด้วยความตกใจจึงรีบเร่งเครื่องรถออกไป เพราะรีบไปส่งเพื่อนที่ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ซึ่งมีหลักฐานตั๋วเครื่องบินของเพื่อนที่เดินทางไปกรุงเทพมหานคร ซึ่งนายอือ แอน โจว ยืนยันไม่ได้ตั้งใจเจตนาทำลายเครื่องกีดขวางแล้วก็หลบหนี จึงขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย

ด้าน พ.ต.ท.สิทธิชัย ประดับ สารวัตรจราจร สภ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า หลัง นายอือ แอน โจว ขับรถกระชากเครื่องบังคับล้อจนขาด ก็เดินทางไปส่งเพื่อนที่ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ แล้วเดินทางกลับกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ทันที ซึ่งตำรวจจราจรก็ได้แจ้งความไว้แล้ว เพื่อให้พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ออกหมายเรียก แต่เมื่อเห็นข่าวจากสื่อทั้งไทยและสื่อมาเลเซียแล้ว วันนี้ก็เดินทางกลับเข้ามาประเทศไทย เพื่อมาชำระค่าปรับ ซึ่งนายอือ แอน โจว ก็รับสารภาพว่า เป็นผู้ที่อยู่ในภาพวงจรปิดและเป็นคนขับรถคันดังกล่าวจริง จึงเปรียบเทียบปรับขึ้นสูงสุด กรณีจอดรถในที่ห้ามจอด 3,000 บาท

Advertisement

ส่วนเครื่องบังคับล้อที่เสียหาย ก็จะถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ดำเนินคดีข้อหา ทำลายทรัพย์สินทางราชการ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ถูกศาลพิพากษาคดีดังกล่าว จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา ส่วนจะถูกแบล็กลิสต์หรือไม่ ก็ต้องแจ้งตำรวจคนเข้าเมือง หรือตม. ให้พิจารณาการเข้า-ออกประเทศต่อไป หลังคดีสิ้นสุดแล้ว

ขอฝากถึงประชาชน หรือนักท่องเที่ยวต่าง เมื่อเข้ามายังประเทศไทย ก็ต้องเคารพกฎจราจรของประเทศไทย เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย และหากมีผู้กระทำความผิด ตำรวจก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด