หน้าแรก ภูมิภาค ตชด.ภาค2 สกัด...

ตชด.ภาค2 สกัดจับชายวัย 40 ลอบขนยาไอซ์เข้าไทย 316 กก. มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท

7.05.26 | 14:24 น.

ตชด.ภาค2 สกัดจับชายวัย 40 ลอบขนยาไอซ์ 316 กก. มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท

ตชด.ภาค 2 สกัดจับขบวนการลำเลียงยาเสพติด พร้อมยึดของกลางไอซ์ 316 กก. มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท สารภาพได้รับการว่าจ้างจากชายไทยที่ใน สปป.ลาว ให้ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ อ.เมือง จ.บึงกาฬ ไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยจะได้รับค่าจ้าง 250,000 บาท และเคยทำมาแล้วหลายครั้ง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รอง ผบก.ตชด.ภาค 2 นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พ.ต.อ.วงศกร วันชัย ผกก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติด หลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานร่วมกันสกัดจับผู้ต้องหา พร้อมยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 316 กิโลกรัม 6 ถุงใหญ่ มูลค่า 40 ล้านบาท

พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รอง ผบก.ตชด.ภาค 2 กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดโดยใช้รถยนต์โตโยต้า อัลติส สีเทา ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ใช้เส้นทางถนนมิตรภาพผ่านพื้นที่ จ.ขอนแก่น จึงวางกำลังติดตาม ต่อมาเวลาประมาณ 22.30 น. พบรถต้องสงสัยวิ่งผ่านบริเวณหน้า สภ.เวฬุวัน อ.เมืองขอนแก่น

เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยติดตามอย่างใกล้ชิด ก่อนที่เวลาประมาณ 23.00 น. รถคันดังกล่าวจะมาจอดบริเวณหน้าบริษัท อริยะอีควิปเม้นท์ จำกัด ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น แต่คนขับเปิดประตูรถวิ่งหลบหนี อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวไว้ได้ จากการตรวจค้นภายในรถ พบยาไอซ์บรรจุในถุงสีดำ จำนวน 6 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 316 กิโลกรัม พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหา 1 ราย ทราบชื่อ นายสามารถ หรือเล็ก อายุ 40 เป็นชาว อ.นายูง จ.อุดรธานี

Advertisement

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายไทยที่อาศัยอยู่ใน สปป.ลาว ให้ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ อ.เมือง จ.บึงกาฬ ไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยจะได้รับค่าจ้าง 250,000 บาท และเคยทำมาแล้วหลายครั้ง

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน”

เจ้าหน้าที่ระบุอีกว่า หากยาเสพติดล็อตดังกล่าวถูกส่งถึงปลายทาง จะมีมูลค่าสูงถึง 40 ล้านบาท จะสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนและสังคมในวงกว้าง จึงเร่งขยายผลติดตามเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป