ตร.คุมตัวอดีตลูกเขย ปืนโหดทำแผน ยิงดับ 2 ศพ หวิดถูกรุมประชาทัณฑ์
จากกรณี นายชยันต์ อายุ 47 ปี อดีตสามีของ นางรจรินทร์ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงพ่อตา และน้องชายของอดีตภรรยา ดับ ส่วนแม่ยาย ถูกยิงสาหัส ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจจับมือปืนได้ นำตัวไปทำแผนที่จุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่นับร้อย ต้านคลื่นญาติไม่ไหว ต้องยุติการทำแผนทันที ผบก.ตร.ภ.จังหวัดกาญจนบุรี ไปบัญชาในการทำแผนเอง หลังโดนญาติเข้าทำร้ายมือปืนจนหงายท้อง ถ้วยชามแตกกระจาย
อ่านข่าว
- ชาย 47 บุกบ้านแฟนเก่า ยิงพ่อตา-แฟนใหม่ดับ สาหัส 1 ตร.เร่งล่า
- จับแล้ว หนุ่มมือยิงอดีตพ่อตา-น้องเมีย ดับ 2 ศพ เผยเคลียร์ที่ดินทำไร่อ้อยไม่ลงตัว
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลตำรวจตรี พศวีร์ เรืองภู่ บก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมด้วย พันตำรวจเอกสันทัด ลยางกูร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และพันตำรวจเอกสิทธิพงศ์ สังข์แสง ผู้กำกับ สภ.ลาดหญ้า พันตำรวจเอกมานะ สำราญวงศ์ ผู้กำกับสืบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ใกล้เคียง เพื่อมาช่วยดูแลป้องกันการนำตัว นายชยันต์ อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นอดีตสามีของ นางรจรินทร์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ไปทำแผนประกอบการรับสารภาพยังจุดที่ก่อเกิดเหตุ ใช้อาวุธปืนยิงนายสงวน อายุ 64 ปี นางสาริณี อายุ 53 ปี และนายสัตยา อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นอดีตพ่อตา แม่ยาย และน้องเขย เหตุเกิดบริเวณบ้านหลังหนึ่งใน ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ทั้งหมดถูก นายชยันต์ มือปืนใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ลั่นกระสุน 9 นัด เพื่อปลิดชีพครอบครัว ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมตัวพร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุได้ มือปืนรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เนื่องจากกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ทั้งหมด และบ่ายวันนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวมือปืนรายนี้ออกจากห้องขัง เพื่อนำตัวไปชี้จุดที่ก่อเหตุ และจุดที่นำอาวุธปืนไปซ่อน
โดยการจะนำตัว นายชยันต์ ไปทำแผนนั้น เจ้าหน้าที่ได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจใกล้เคียงนับร้อยนาย ก่อนออกไปชี้จุดทำแผนมีการวางแผนอย่างดี ก่อนที่จะนำตัวมือปืนไปชี้จุดก่อเหตุ สุดท้ายเอาไม่อยู่ญาตินับร้อยลุกฮือเข้ารุมประชาทัณฑ์มือปืน ขณะที่ญาติเป็นหญิงตะโกนด่าทอด้วยความโกรธแค้นถึงการกระทำดังกล่าวของ นายชยันต์

โดยในจุดแรกเจ้าหน้าที่ได้นำ นายชยันต์ ไปยังบ้านที่ใช้อาวุธปืนยิงครอบครัวดับ 2 ศพ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่บ้านดังกล่าวเตรียมจัดตั้งพิธีนำศพ นายสงวน และ นายสัตยา ทันทีที่เจ้าหน้าที่นำ นายชยันต์ ชี้จุดได้เพียง 2 จุด แล้วกำลังพาเดินเข้าไปยังในบ้าน มีเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่ไว้หนาแน่น แต่ปรากฏว่า บรรดาญาติๆ และเพื่อนๆ ของผู้เสียชีวิตที่เป็นชายฉกรรจ์จำนวนมาก แหวกฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคอมมานโด ปรี่เข้าไปทำร้ายนายชยันต์ จนพลตำรวจตรี พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ที่ไปบัญชาการทำแผนชี้จุดต้องหงายท้อง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ จนทำให้ถ้วยชามที่ทางญาติมาเตรียมในการจัดงานศพแตกกระจายเสียหายเป็นจำนวนมาก

ทำให้เกิดเหตุการณ์ชุลมุน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบคุมตัว นายชยันต์ ออกไปจากจุดการทำแผนที่บ้านเกิดเหตุ แต่บรรดากลุ่มญาติซึ่งเป็นชายฉกรรจ์ยังวิ่งไล่ตามไปยังรถที่ นายชยันต์ นั่งอยู่ในรถเพื่อทำร้ายอีก เจ้าหน้าที่จึงได้ยุติในการชี้จุดทำแผนในครั้งนี้ทันที
หลังนำตัว นายชยันต์ ออกจากจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปยัง บริเวณภูเขาที่ นายชยันต์ หนีขึ้นไปซ่อนตัว พร้อมทิ้งอาวุธปืนไว้บริเวณจุดดังกล่าว ก่อนจะลงมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนนำตัวกลับไปยัง สภ.ตำรวจลาดหญ้า เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม โดย นายชยันต์ ยังคงไม่ยอมปริปากให้ข้อมูลใดๆ กับสื่อมวลชน

จากการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่เบื้องต้นทราบว่า นายชยันต์ คนร้ายที่ก่อเหตุอดีตเคยเป็นสามีของ นางรจรินทร์ และอดีตเป็นลูกเขยของ นายสงวน และนางสาลินี ก่อนหน้านี้ครอบครัวดังกล่าวได้ทำการปลูกอ้อยบนเนื้อที่ประมาณ 700 ไร่ แต่ต่อมา นางรจรินทร์ ภรรยาได้ฟ้องหย่าต่อศาล และศาลได้มีคำสั่งให้หย่าร้างกันเมื่อประมาณปลายปี 2568 ที่ผ่านมา โดยอ้อยที่ปลูกเอาไว้ให้ตกเป็นของครอบครัว นางรจรินทร์ ทั้งหมด แต่ที่ดินศาลมีคำสั่งให้ยกให้ นายชยันต์ เป็นบางส่วน
ต่อมาทางครอบครัวของอดีตภรรยาได้ทำการตัดอ้อยไปขาย แต่ตัดไม่หมดคงเหลือเอาไว้เฉพาะบริเวณพื้นที่ที่เป็นของ นายชยันต์ ทำให้ นายชยันต์ ไม่สามารถปรับพื้นที่ของตัวเองเพื่อปลูกอ้อยใหม่ได้ นายชยันต์ จึงมาร้องขอให้ครอบครัวของอดีตภรรยา ดำเนินการตัดอ้อยออกจากพื้นที่ของตนเอง เพื่อจะได้ปรับพื้นที่เพื่อปลูกอ้อย แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือแต่อย่างใด
นายชยันต์ จึงขับขี่รถจักรยานยนต์มาทวงถามที่บ้าน ว่าเมื่อไหร่จะตัดอ้อย แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ นายชยันต์ จึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


