หน้าแรก ภูมิภาค กรมการปกครอง ...

กรมการปกครอง ลุยจับโรงแรมเถื่อนในเกาะพะงัน ขยายสอบนอมินี

9.05.26 | 14:13 น.

กรมการปกครอง ลุยจับโรงแรมเถื่อนในเกาะพะงัน ขยายสอบนอมินี

​เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ​เมื่อบ่ายวันที่ 8 พฤษภาคม นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้สั่งการให้ชุดเฉพาะกิจ กรมการปกครอง ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด สํานักการสอบสวนและนิติการ นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ ผู้อำนวยการสำนักกิจการความมั่นคงภายใน ร่วมกับนายไพสิฐ ทองเจิม นายอำเภอเกาะพะงัน พ.ต.อ อภิชาติ จันทร์สำเร็จ ผกก.สภ.เกาะพะงัน นำกำลังชุดปฏิบัติการฝ่ายปกครอง , สภ.เกาะพะงัน และตรวจคนเข้าเมือง จ. สุราษฎร์ธานี ร่วมปฎิบัติการตรวจสอบและกวาดล้างขบวนการ “นอมินี” ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติในสถานประกอบการในพื้นที่บ้านอ่าวศรีธนู หมู่ 8 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน ซึ่งเป็นพื้นที่พักอาศัยและชุมชนใหญ่ของกลุ่มชาวต่างชาติบนเกาะพะงัน

ทั้งนี้ ชุดปฎิบัติการได้วางแผนติดต่อล่อซื้อใช้บริการโรงแรม 4 แห่งที่ต้องสงสัยเปิดกิจการโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

จุดที่ 1 เข้าตรวจค้นที่ zama resort เลขที่ 81/5 หมู่ 8 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน มีห้องพัก 23 ของบริษัท ฮอนอส เมเนจเม้นท์ จำกัด มีชาวสวิสเซอร์แลนด์ ถือหุ้นร่วมกับชาวไทยจับกุมนางณัชชา แมนซิล ชาว ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน ข้อหาประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

จุดที่ 2 Sritanu Residences resort เลขที่ 66/1 หมู่ 8 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน ของบริษัท มุฑิตา เกาะพะงัน จำกัด มีชาวสโลวีเนีย ถือหุ้นร่วมกับชาวไทยโดยพบปิดให้บริการก่อนเจ้าหน้าที่ไปถึงจึงไม่ได้ตัวผู้กระทำผิด

Advertisement

จุดที่ 3 Haad Chao Phao Resort เลขที่ 48/3 หมู่ 8 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน ของบริษัท พะงัน หาดเจ้าเภารีสอร์ท จำกัด มี 8 ห้อง มีชาวกรีซ ถือหุ้นร่วมกับคนไทย จับกุมนายภาคภูมิ จุลศักดิ์ ชาว ต.ควนเกย อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ข้อหาประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และจับกุมชาวเมียนมา 2 ราย ข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานนอกเหนือสิทธิที่จะทำได้

จุดที่ 4 Samma Karuna Beach & Wellness resort เลขที่ 84/13 หมู่ 8 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน มี 12 ห้องของบริษัท สัมมา กรุณา จำกัด มีชาวอุรุกวัยถือหุ้นรวมกับชาวไทย มีนายคอนสแตนตีโน วอน แคมโนโพเลส โพลิทิส ชาวอุรุกวัย รับเป็นเจ้าของ แจ้งข้อหาประกอบธุรกิจโรงแรมไม่ได้รับอนุญาต

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบการกระทำผิดจึงจับกุมผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต 3 ราย แจ้งข้อหาประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตและดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 พร้อมส่งตรวจสอบผู้ประกอบการบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นชาวไทยเข้าข่ายนอมินีอย่างไร โดย เจ้าหน้าที่ได้อายัดเอกสารบัญชีและรายชื่อผู้ถือหุ้นเพื่อตรวจสอบทางการเงินและสิทธิการครอบครองที่ดินต่อไป

ข่าวแจ้งว่า สำหรับบ้านอ่าวศรีธนู หมู่ 8 ตัว.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน เป็นชุมชนใหญ่ของนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ที่นิยมมาเช่าวิลล่าหรือบ้านพักอาศัยระยะยาวและในชุมชนมีชาบัด ร่วมทำกิจกรรมทางศาสนา และพักอาศัยทำงานแบบออนไลน์ตามการส่งเสริมท่องเที่ยวระยะยาว(Long-stay) สำหรับชาวต่างชาติที่ทำงานออนไลน์ (Digital Nomads) ผ่านโครงการและวีซ่าประเภทใหม่ DTV (Destination Thailand Visa) ซึ่งอนุญาตให้อยู่และทำงานจากระยะไกลได้สูงสุด 5 ปี

ด้านนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า กรณีปรากฏชาวอิสราเอลเดินทางเข้ามาพักอาศัยระยะยาวในพื้นที่เกาะพะงัน เกาะสมุย และเกาะเต่า โดยบางส่วนใช้วีซ่านักท่องเที่ยวเข้ามาประกอบอาชีพ รวมถึงมีพฤติกรรมและกิจกรรมบางประการที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ความสงบเรียบร้อย และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้มอบให้หน่วยที่เกี่ยวข้องติดตามข้อมูลในประเด็นต่าง ๆ อาทิ จำนวนชาวอิสราเอลที่พำนักอยู่ในพื้นที่ , มาตรการเร่งด่วนในการตรวจสอบและปราบปรามการประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินี โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ตำรวจ , ตรวจคนเข้าเมือง , จัดหางานจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยและรักษาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัด

นายจุมพฏ กล่าวว่า ตัวเลขบัญชีแต่ละประเทศที่มาใช้แรงงานแค่หลักพันหาก รวมๆกันเป็นหลักหมื่น ตอนนี้มาตรการของจังหวัดสุราษฎร์ธานีบนเกาะพะงันและเกาะสมุย ทำทุกเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาติไหน รวมทั้งคนไทยที่ทำผิดกฎหมายเราจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ชาติไหนไม่สำคัญจะพยายามผลักดัน

“ สำหรับพื้นที่เกาะพะงันได้ร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งพาณิชย์ สรรพากร ใครครอบครองที่ดิน ใครเป็นเจ้าของ ตรวจสอบการจ่ายภาษี จะทยอยดำเนินการ ที่ผ่านมาได้ดำเนินการต่อเนื่องจับกุมตลอดเวลา เพียงแต่ไม่ได้เป็นข่าว ทุกคนช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกคนที่ได้รับมอบหมายซึ่งได้ตั้งกรรมการ 2 – 3 ชุด เพื่อทำงาน และดำเนินการกับทุกเชื้อชาติ ไม่เฉพาะชาติใดชาติหนึ่ง ” นายจุมพฏ กล่าว