หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านบุรีรั...

ชาวบ้านบุรีรัมย์ เจอทหารเขมรนับสิบในป่า ทบ.ตรวจสอบแล้ว เข้าใจผิด เป็นคนไทยอีกกลุ่ม

9.05.26 | 14:42 น.

ชาวบ้านบุรีรัมย์ เจอทหารเขมรนับสิบในป่า ทบ.ตรวจสอบแล้ว เข้าใจผิด เป็นคนไทยอีกกลุ่ม

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ชาวบ้านสายโท 3 ใต้ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ต่างตื่นตระหนก หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาชาวบ้านจำนวน 2 คนออกไปหาอึ่งอยู่บริเวณบุตาพุ่ม ท้ายเขื่อนหลังหมู่บ้าน แล้วไปเจอกับทหารเขมรกว่า 10 คนพร้อมอาวุธครบมือถึงขั้นทิ้งรถจักรยายนต์และอึ่งที่หามาได้แล้วหนีเอาตัวรอดมาได้หวุดหวิด

จากการตรวจสอบพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณบนดงแถว “ฐานแมงป่อง” เขตอธิไตยของประเทศไทย โดยเช้าวันนี้ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พาชาวบ้านไปชี้จุดและไปเอารถจักรยายนต์ที่จอดทิ้งไว้กลับคืนมาได้ แต่ชาวบ้านในหมู่บ้านส่วนใหญ่ยังอยู่อาการหวาดผวาเกรงว่าจะมีเหตุปะทะครั้งที่ 3 อีกหรือไม่

นายอภิรักษ์ บุตรเพชร อายุ 63 ปี เล่านาทีที่ไปเจอทหารเขมรว่า ตนไปกับน้อง 2 คน น้องเดินนำหน้าห่างกันประมาณ 50 เมตร ระหว่างนั้นตนเห็นไฟฉาย 3 ดวงคิดว่าเป็นคนบ้านเดียวกันที่ไปหาอึ่ง จึงเดินไปหาแล้วถามว่า “ได้เยอะไหม” พอเดินเข้าไปใกล้กลับเป็นทหารเขมร 3 นายอาวุธครบมือทั้งปืนทั้งมีด ตนตกใจทำอะไรไม่ถูกเช่นเดียวกับทหารเขมรที่ตกใจคิดว่าเป็นพวกเขาเช่นเดียวกัน แต่สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ตนจึงบอกว่าได้ยินเสียงอึ่งเดินออกมาแล้วปิดไฟวิ่งต่อ จากนั้นได้มีทหารเขมรอีกประมาณ 10 คนวิ่งตามตนมา ตนจึงวิ่งเข้าไปหลบอยู่พุ่มไม้แล้วเทอึ่งที่จับได้มาเททิ้ง ส่วนน้องที่มาด้วยกันก็อ้อมไปอีกทางหนึ่ง หลบซ่อนตัวอยู่ประมาณ 2 ชม.จึงเดินออกมาโดยทิ้งรถจักรยานยนต์ที่บริเวณนั้นเพื่อเอาตัวรอดก่อน ก่อนจะได้ยินเสียงปืนของทหารเขมรดังขึ้น 1 นัด โชคดีที่ป่านี้ตนรู้จักทั้งหมดจำต้นไม้ได้ทุกต้นจึงหนีออกมาได้

นายอภิรักษ์ เล่าด้วยว่าบริเวณที่พวกตนไปหาอึ่งเป็นพื้นที่ของประเทศไทย ห่างจากชายแดนประมาณ 1-2 กม.แต่ไม่ทราบว่าทหารเขมรเข้ามาลึกได้อย่างไร มีความเป็นไปได้หลายอย่าง เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นช่องทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดที่มักจะมีคนนำเอาสินค้าหรือของเถื่อนผ่านบริเวณนี้

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดเหตุ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 22 (ฉก.ทพ.22) ได้สั่งเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที พร้อมกำหนด 3 แนวทางดำเนินการ ประกอบด้วย มอบหมายให้รองผู้บังคับหน่วย พร้อมผู้บังคับกองร้อยทหารพราน 2604 และกำนันในพื้นที่ ลงพบปะชาวบ้านเพื่อสืบข้อเท็จจริง, จัดชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนร่วมกับเจ้าหน้าที่และผู้ใหญ่บ้าน เข้าพบผู้โพสต์เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และประสานฝ่ายยุทธการนำชุดตรวจพื้นที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุตามที่กล่าวอ้าง

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีชาวบ้านไทยเข้าไปหาของป่าในพื้นที่ ตำบลจันทร์ทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ โดยชาวบ้านเล่าว่าระหว่างขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามเส้นทางในพื้นที่เพื่อหาของป่า เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นฝ่ายทหารกัมพูชาใช้ปืนยิงขู่เพื่อไม่ให้ขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไปใกล้มากกว่านั้น จึงได้ทิ้งมอเตอร์ไซค์ไว้ในพื้นที่ จำนวน 2 คัน แล้วรีบวิ่งหลบหนี

ปัจจุบัน หน่วยกำลังในพื้นที่ได้บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ นำชาวบ้านเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ แล้วนำรถจักรยานยนต์กลับคืนได้แล้ว จากข้อมูลที่เคยปรากฏในพื้นที่ดังกล่าวทราบว่าเคยเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาใช้ในการลักลอบกระทำผิดกฎหมายชายแดน เช่น ลำเลียงยาเสพติด ของผิดกฎหมาย เป็นต้น จึงคาดว่า ชาวบ้านอาจจะขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไปหาของป่าแล้วเข้าไปยังจุดที่มีการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ปกครองจึงได้ประสานงานกันเรื่องการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจพื้นที่ดังกล่าวให้เข้มแข็งมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

ต่อมา พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุถึงกรณี ชาวบ้านหาของป่าในพื้นที่ ตำบลจันทร์ทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ พบทหารกัมพูชา อาวุธครบมือ ยิงปืนขู่ว่า จากกาตรวจสอบ เหตุการณ์ดังกล่าวใกล้พื้นที่หลังเขื่อนสาโท3 ใต้ จ.บุรีรัมย์ โดยกองทัพภาคที่ 2 ตรวจสอบแล้ว พบว่าเหตุการณ์เกิดจาก “ความเข้าใจผิด” ทั้งนี้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ที่กล่าวอ้างว่าเป็นกองกำลังติดอาวุธของกัมพูชานั้น แท้จริงเป็นกลุ่มคนไทย (อีกกลุ่ม) ที่เข้าไปหาของป่าเช่นเดียวกัน แต่พูดภาษากัมพูชา

สำหรับในพื้นที่ชายแดนมีการพูดภาษากัมพูชาสื่อสารกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ที่สื่อสารกันทั้งภาษาไทยและภาษากัมพูชา นอกจากนี้ กลุ่มผู้พบเห็นเกิดความตกใจและเข้าใจว่าเป็นคนกัมพูชารุกล้ำเข้ามา อย่างไรก็ตาม ไม่พบข้อเท็จจริงเรื่องการยิงปืนไล่ตามที่มีการเผยแพร่ จึงขอให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่หรือส่งต่อ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด และความตื่นตระหนก