ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ เปิดผลงาน 7 เดือน จับต่างด้าวทำผิด 2.6 พันคดี พบอิสราเอล ยื่นอาศัยเกาะพะงัน 1 พันราย
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ ธานี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมนายบันดาล สถิรชวาล นายกล้าณรงค์ ยุติธรรม นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 3 คน ได้ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานด้านความมั่นคง ติดตามสถานการณ์ กรณีบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อประกอบกิจการหรือดำเนินกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ซึ่งจังหวัดได้มีคำสั่งลงวันที่ 27 เมษายน 2569 แต่งตั้งคณะทำงานชุดเฉพาะกิจเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดของบุคคลต่างด้าวฯโดยเฉพาะพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวเกาะพะงัน ได้มีการตรวจสอบการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งการประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว โดยเฉพาะการถือครองแทนบุคคลต่างด้าวในลักษณะอำพรางหรือนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย

นายจุมพฏ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ทางจังหวัดได้ดำเนินการแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่องซึ่งผลการจับกุมคนต่างด้าว ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – วันที่ 30 เมษายน 2569 โดยกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีและหน่วยงานต่างๆเกี่ยวกับความผิดหลบหนีเข้าเมืองและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต 122 คดี , อยู่ในราชอาณาจักรโดยใบอนุญาตสิ้นสุด(อยู่เกินกำหนด) 65 คดี, ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน 199 คดี , ช่วยเหลือซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ 5 คดี , ยาเสพติด 273 คดี , การพนัน 26 คดี , พรบ.จราจรทางบก 1,757 คดี , ถือหุ้นอำพราง(นอมินี) 20 คดี รวมทั้งสิ้น 2,603 คดี
นายจุมพฏ กล่าวว่า ผู้ต้องหาคนต่างด้าวที่ถูกจับกุมมากสุด สัญชาติเมียนมา 1,103 คน ,รัสเซีย 316 คน ,ฝรั่งเศส 155 คน , อิสราเอล 179 คน ,อังกฤษ143 คน, เยอรมัน 116 คน ,ลาว 87 คน,จีน 49 คน , กัมพูชา 37คน, อินเดีย 8 คน และชาติอื่นๆ 410 คน
“คณะทำงานจากหลายหน่วยงานยังดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่องพร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อยและสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างยั่งยืน” นายจุมพฏ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมครั้งนี้นายจุมพฏ ได้มีข้อสั่งการให้นายอำเภอและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่พิจารณาเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งหยุดหรือสั่งปิดกิจการที่ได้จับกุมดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้แล้ว เนื่องจากก่อนที่จะให้เปิดดำเนินการต้องได้รับการตรวจสอบและพิจารณาอนุมัติ อนุญาตตามระเบียบกฎหมายก่อน และให้พื้นที่หมั่นตรวจสอบ ป้องกันปราบปรามการกระทำผิดของบุคคลต่างด้าว โดยเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบยิ่งขึ้น รวมทั้งให้หน่วยงานในระดับจังหวัดที่ไม่มีส่วนหน้า ส่วนแยก หรือตัวแทนในระดับพื้นที่ จัดเจ้าหน้าที่ร่วมเป็นชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ปฏิบัติการร่วมกับอำเภอตรวจสอบป้องกันปราบปรามการกระทำผิดของบุคคลต่างด้าว ในพื้นที่ อ.เกาะพะงัน อย่างต่อเนื่องด้วย
ทั้งนี้พบข้อมูลว่า ชาวอิสราเอล เข้ามาอาศัยเกาะพะงัน ตั้งแต่ 1 มกราคม – ปัจจุบัน แบ่งเป็น ระยะสั้น จำนวน 889 ราย ระยะยาว 146 ราย รวม 1,035 ราย



