หน้าแรก ภูมิภาค ตร.รวบยกแก๊ง ...

ตร.รวบยกแก๊ง ยิงเจ้าของร้านอาหารอีสาน ดับข้างทาง หลังแชตลวงให้มาหา คาดปมหึงหวงเรื่องชู้สาว

10.05.26 | 22:29 น.

ตร.รวบยกแก๊ง ยิงเจ้าของร้านอาหารอีสาน ดับข้างทาง หลังแชตลวงให้มาหา คาดปมหึงหวงเรื่องชู้สาว

 


จากกรณีเหตุการณ์ เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 10 พฤษภาคม นายอภิชัย หรือหนุ่ย อายุ 34 ปี (ทราบภายหลังว่าเป็นเจ้าของร้านอาหารอีสาน) ถูกอาวุธปืนจ่อยิงเข้าที่บริเวณกลางศีรษะ 1 แผล เสียชีวิตคาที่ โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพนาทีสังหารโหดได้อย่างชัดเจน ซึ่งจากกล้องวงจรปิด จะพบว่ากลุ่มคนร้ายมี 3-4 คน ขับรถเก๋งมาจอดรอผู้ตาย อยู่เหตุเกิดภายในซอยสุขุมวิทพัทยา จ.ชลบุรี พอผู้ตายพร้อมกับหลานเดินทางมาถึง มือปืนได้ปรี่เข้าไปทำร้าย ก่อนจะอาวุธปืนจ่อยิงผู้ตายในระยะเผาขน จนเสียชีวิตดังกล่าว ขณะที่หลานของผู้ตายยืนยันว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับข้อความแชต จากแฟนสาวนัดหมายให้มาเจอบริเวณ ก่อนจะถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมตามข่าวเสนอไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด ว่า พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ. ผกก.สภ.บางละมุง , พ.ต.ท.ยงยุทธ หวานเหนือ รอง ผกก.สืบสวน , พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน สามารถควบคุมกลุ่มผู้ก่อเหตุได้แล้ว 4 คน ประกอบกด้วย 1.นายกิตติ อายุ 32 ปี หรือพีม (มือยิง) 2.นางสาวสิริวิมล อายุ 24 ปี (เป็นอดีตแฟนสาวของผู้ตาย และนั่งไปในรถขณะเกิดเหตุด้วย) 3.นายปนพศักดิ์ อายุ 34 ปี หรือ นิก (นั่งหลังฝั่งซ้าย) 4.นายพงศธร อายุ 33 ปี หรือนิว (นั่งหลังขวา หลังคนขับ) พร้อมยึดอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ เป็นอาวุธปืนซาดแบบกึ่งออโตเมติก ยี่ห้อโคลท์ ขนาด .380 พร้อมกระสุนบรรจุอยู่ในรังเพลิง จำนวน 3 นัด และรถเก๋งที่ใช้ในการก่อเหตุ ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีขาว โดยทั้งหมดติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางละมุง หลังถูกกดดันอย่างหนัก

พ.ต.ท.ยงยุทธ หวานเหนือ รอง ผกก.สืบสวน เปิดเผยว่า แนวทางการติดตามจับกุม หลังจากเกิดเหตุ ทีมสืบสวนได้ข้อมูลสำคัญ จากญาติผู้ตายว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้รับข้อความจากอดีตแฟนสาว ให้เดินทางออกมาหาบริเวณจุดเกิดเหตุ พอผู้ตายเดินทางมาถึง ก็ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์มาดักรอ ก่อนจะถูกหนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์ ใช้อาวุธปืนเจาะยิงจนเสียชีวิต

Advertisement

ภายหลังเกิดเหตุตำรวจชุดสืบสวน ได้เชิญตัว นางสาวอันอัน ซึ่งเป็นอดีตแฟนสาวของผู้ตาย และ เป็นเจ้าของแชตข้อความ ที่หลอกผู้ตายออกมาเจอ ก่อนจะถูกยิงเสียชีวิต โดยนางสาวอันอัน ให้การยอมรับว่า เคยรู้จักกับผู้ตายได้ 4 ปี แต่ไม่ได้คบหาเป็นแฟนกัน (คนสนิท หรือ กิ๊ก ) แต่ในปัจจุบันตนเอง กำลังคบหา กับ นายกิตติ ใจซื่อ หรือพีม อายุ 32 ปี (เพิ่งคบหาได้ประมาณ 3 เดือน) ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้โทรศัพท์มาหา ซึ่งในตอนนั้นตนเองกำลังนอนหลับ แต่นายพีม เกิดเห็น จึงเกิดหึงหวงไม่พอใจและบังคับให้ตนเองส่งข้อความแชต ไปหาผู้ตาย ให้นัดออกมาเจอบริเวณจุดเกิดเหตุ ตอนแรกคิดว่านัดออกมาเพื่อเคลียร์ปัญหา และไม่คิดว่าแฟนหนุ่มจะพกอาวุธปืนออกมาด้วย จนกระทั่งมาถึงที่ แฟนหนุ่มก็ไปทำร้ายผู้ตาย จนเสียชีวิตดังกล่าว และยืนยันว่าตนเองกับผู้ตายไม่เคยคบหากัน แต่ยอมรับว่ามีความสนิทสนมกับผู้ตายมานานกว่า 4 ปี ที่ผ่านมาผู้ตายพยายามตามตื๊อตนเองมาตลอดแต่ตนเองไม่เล่นด้วย ส่วนเงินที่โอนมาให้ตนเองยอมรับว่านำไปปั่นสล็อต

ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน ได้พยายามกดดันให้ผู้ก่อเหตุมามอบตัว จนกระทั่ง นายกิตติ ใจซื่อ หรือพีม ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัว ก่อนจะพาตำรวจไปยึดอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ ได้บ้านพัก ภายในซอยหนองใหญ่ 8 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เบื้องต้นนายกิตติ หรือพีม ให้การอ้างว่าทำปืนลั่นใส่ผู้ตายจนเสียชีวิต โดยตอนแรกตั้งใจจะใช้อาวุธปืนตบสั่งสอน แต่ระหว่างที่กำลังง้างมือตบปืนเกิดลั่นใส่ร่างผู้ตายจนเสียชีวิต ส่วนอาวุธปืนที่พกมายืนยันว่าแฟนสาวและเพื่อนที่เดินทางไปด้วยไม่มีใครรู้ว่าตัวเองพกอาวุธปืนมา ซึ่งภายหลังเกิดเหตุตนรู้สึกตกใจ เป็นอย่างมาก ระหว่างที่ขับรถหนีก็ภาวนาอย่าให้ผู้ตายเสียชีวิต แต่พอมาทราบข่าวก็รู้สึกเสียใจ จึงตัดสินใจเข้ามอบตัว พร้อมทั้งขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต

ส่วนปมสาเหตุที่ตนเองต้องบังคับแฟนสาว หลอกผู้ตายออกมา เพราะแฟนสาวบอกว่า ผู้ตายอยากเห็นหน้า ด้วยความโกรธจึงปลุกแฟนสาวขึ้นมาพูดคุย ก่อนจะบังคับให้ส่งข้อความแชตหลอกผู้ตายออกมา โดยตอนแรกตั้งใจจะเคลียร์ปัญหา แต่ก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะบานปลายมาถึงขนาดนี้

ขณะที่ นายนิก กับ นายนิว ที่ร่วมเดินทางไปก่อเหตุด้วย ให้การกับตำรวจ เป็นเพื่อนกับนายพีม และบ้านอยู่ใกล้กัน นายพีม นั่งรถมาเป็นเพื่อน แต่ก็ไม่คิดว่า นายพีม จะก่อเหตุยิงผู้ตายจนเสียชีวิต

เบื้องต้นตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ ของกลุ่มผู้ก่อเหตุ เนื่องจากการตรวจสอบพบ รถที่ใช้ในการก่อเหตุ มีคนนั่งไปในรถทั้งหมด 4 คน ด้วยมีนายพีม เป็นคนขับ นางสาวอันอัน นางข้างคนขับ นายมิว นั่งเบาะหลังคนขับ และ นายนิก นั่งอยู่เบาะหลัง คนนั่งข้างคนขับ จึงเชื่อว่าทั้งหมดรู้เห็นกับการก่อเหตุในครั้งนี้ โดยตำรวจอยู่ระหว่างดูข้อกฎหมายความผิดของแต่ละคน เบื้องต้นเตรียมแจ้งข้อกล่าวหา รวมกันฆ่าผู้อื่น และเกี่ยวกับ พรบ.อาวุธปืน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย