จนท.คุมเข้มหาดกะตะ หลังกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ดำน้ำ ยิงปลานกแก้ว เตือนโทษหนักทั้งจำ-ปรับ
เมื่อวันที่ 11 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล นำโดยนายนเรศ ชูผึ้ง นำกำลังชุดปฏิบัติงานบูรณาการร่วมกับกองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจน้ำภูเก็ต, กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต, ตำรวจป่าไม้ บก.ปทส. และเทศบาลตำบลกะรน
ลงพื้นที่บริเวณหาดกะตะ ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต หลังสื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ข้อความและคลิปเหตุการณ์ กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติลงดำน้ำยิงปลา “ปลานกแก้ว” ซึ่งเป็นปลาสวยงามที่ห้ามจับและครอบครอง ตามกฎหมาย พร้อมมีการนำปลาดาวขึ้นมาเล่นและถ่ายภาพ บริเวณหัวแหลมหน้าร้าน “PHUKET SKA BAR” แต่ไม่พบผู้กระทำผิด
จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ ด้านทิศใต้ของหาดกะตะ หน้าร้าน “PHUKET SKA BAR” ซึ่งปรากฏในคลิปข่าว เจ้าของร้านให้ข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 20.00 น. พบเห็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ไม่ทราบที่มา ลงดำน้ำยิงปลาในแนวโขดหินบริเวณหน้าหาด ก่อนนำปลานกแก้วขึ้นมาบนชายหาด ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่บริเวณดังกล่าวเข้ามาชมและถ่ายภาพตามที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์
โดยเจ้าของร้านระบุว่า ได้พยายามห้ามปรามแล้ว แต่นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวไม่ยอมหยุดพฤติกรรม พร้อมขอให้หน่วยงานภาครัฐนำป้ายประชาสัมพันธ์มาติดตั้งบริเวณหน้าหาด และเพิ่มความถี่ในการตรวจตราพื้นที่ เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นปลายสุดของอ่าวกะตะและมักมีนักท่องเที่ยวเข้ามาทำกิจกรรมทางทะเล
เบื้องต้น เทศบาลตำบลกะรนรับจะจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์มาติดตั้งบริเวณหน้าหาด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าตรวจพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ ขณะที่สถานีตำรวจภูธรกะรนจะเพิ่มการจัดสายตรวจเข้าดูแลพื้นที่เช่นกัน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการ ร้านค้า และนักท่องเที่ยวในพื้นที่ รับทราบถึงข้อกฎหมายเกี่ยวกับ “ปลานกแก้ว” ซึ่งอยู่ในบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ.2567 ลำดับที่ 77 วงศ์ Scaridae โดยห้ามจับหรือครอบครอง
หากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีความผิดตามข้อ 10 (7) ของประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ.2567
และมีโทษตามมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการจับหรือครอบครองปลานกแก้ว สามารถแจ้งสายด่วนพิทักษ์ทะเล โทร 1362 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

