หน้าแรก ภูมิภาค ความกังวล ของ...

ความกังวล ของชาวบางปะกงชุมชนร้อยปี ในวงล้อม “คลังเชื้อเพลิง”

11.05.26 | 14:01 น.

ความกังวลของชาวบางปะกงชุมชนเก่าแก่นับร้อยปี ในวงล้อม”คลังเชื้อเพลิง” เหมือนอยู่บน”ระเบิดเวลา”

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เดินทางลงพื้นที่เข้าไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนตลาดเก่าแก่บางปะกงที่มีผู้คนในถิ่นอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นหลายหมื่นคน ท่ามกลางวงล้อมของคลังวัตถุอันตรายและก๊าซไวไฟ ทั้งโกดังเก็บก๊าซ LPG อยู่ทิศใต้ของพื้นที่ มีแคบซูลเก็บก๊าซมหึมาหลายล้านลิตรเกือบ 40 ใบ จากผู้ประกอบการ 2 บริษัท

ส่วนคลังน้ำมันพืชจำนวน 11 ถัง กำลังเตรียมก่อสร้างเพิ่มขึ้นอีก 4 ถัง แปลงร่างกลายเป็นคลังน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตำบล ในสภาพหลังคาเกยกับหมู่บ้านระยะประชิด โดยพื้นที่หมู่ที่ 1 และต่อเนื่องกันไปอีกถึง 9 หมู่บ้าน ตั้งเรียงรายต่อกันเป็นทอดยาวไปตามริมลำน้ำบางปะกงจนถึงหมู่ที่ 10 โดยตำบลบางปะกงมีทั้งหมด 19 หมู่บ้าน ส่วนด้านทิศตะวันออกฝั่งตรงข้ามแม่น้ำในพื้นที่ ม.2 ต.ท่าข้ามนั้น ยังมีกลุ่มถังเก็บน้ำมันพืชขนาดใหญ่อีกนับล้านลิตรของบริษัทน้ำมันปาล์มอีกแห่ง ตั้งอยู่เป็นกลุ่มจำนวน 7 ถังใหญ่

น.ส.สุรีย์ เรืองฤทธิ์ อายุ 55 ปี ชาวบ้าน ต.บางปะกง อ.บางปะกง บอกว่า คนที่นี่เหมือนอยู่ท่ามกลางระเบิดเวลา หวั่นว่าในวันใดวันหนึ่งกลุ่มถังรูปทรงคล้ายระเบิดเหล่านี้ อาจเกิดความผิดพลาดขึ้นมา ทั้งที่ชุมชนถูกตั้งขึ้น มีเกิดขึ้น ก่อนผู้ประกอบการเหล่านี้จะเข้ามา นานกว่านับร้อยๆ ปีตั้งแต่บรรพบุรุษ ทั้งคนไทยเชื้อสายมอญรวมถึงชาวจีนแต้จิ๋วและกลุ่มจีนฮกเกี้ยน ที่นี่มีผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมผสมผสานเข้าด้วยกัน

Advertisement

สิ่งที่บ่งชี้ได้ถึงรากเหง้าของความเป็นชุนชมเก่าแก่ คือ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่าง “วัดบน” หรือวัดคงคาราม ถูกสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เคยเสด็จมาประทับ และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่เสด็จมาพร้อมกับย่าเหล (สุนัขทรงเลี้ยง) ยังมีวัดกลางและวัดล่างตั้งเรียงรายต่อกันลงไปในชุมชนที่ตั้งหมู่บ้านเรียงตัวติดกันไปอย่างหนาแน่นถึง 10 หมู่บ้าน จากหมู่ 1 ถึงหมู่ 10 ส่วนหมู่บ้านอื่นๆ นั้นอยู่รายรอบนอกไปจนถึงหมู่ที่ 19 ทำให้มีจำนวนประชากรอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งประมาณกว่า 1 หมื่นคน

น.ส.สุรีย์ กล่าวว่า สภาพในชุมชน ชาวบ้านปลูกสร้างบ้านเรือนชิดติดกันอย่างหนาแน่นมานับแต่เดิม ทำให้เส้นทางสัญจรภายในชุมชนนั้นคับแคบ เป็นเพียงเส้นทางเดินเท้าในสมัยก่อน ปัจจุบันยังคงมีการประกอบอาชีพทำประมงที่ออกเรือแบบเช้าไปเย็นกลับ หรือไปค่ำกลับเช้าตามแต่กระแสน้ำขึ้นหรือลง ไม่มีการค้างคืน ทำให้อาหารทะเลที่นี่มีความสดใหม่ตลอด จะมีตลาดขายปลาและอาหารทะเลสดในช่วงเวลาเช้ามืด 04.00-08.00 น. เป็นตลาดล่างบางปะกง ส่วนคนที่มาไม่ทัน สามารถเข้ามาหาซื้อได้ที่แพปลา จะมีเรือประมงของชาวบ้านเข้ามาเทียบขึ้นปลาแต่จะไม่มีเวลาที่แน่นอน จะเข้ามาตามจังหวะของน้ำขึ้นลงเป็นหลัก

“คนในชุมชนอยากให้พัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวมากกว่าจะถูกพัฒนาให้พื้นที่มีแต่อุตสาหกรรม โดยเฉพาะคลังน้ำมันและคลังก๊าซธรรมชาติ เพราะเรายังมีแหล่งทรัพยากรป่าชายเลนที่ยังหลงเหลืออยู่ บ้านเรือนเก่าแก่ปลูกสร้างกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ยังเหลืออยู่ให้ผู้คนได้เข้ามาชื่นชมอีกมากมาย เช่น ร้านรวงค้าขายเก่าแก่ที่ยังคงเป็นประตูบานเฟี้ยมกันทั่วทั้งชุมชน เป็นมนต์เสน่ห์ของคนในพื้นที่ อยากให้ผู้คนจากภายนอกได้เข้ามาสัมผัสและชื่นชม และอยากขอร้องให้ทางราชการและผู้ที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาช่วยกันอนุรักษ์ไว้ ไม่ให้กลุ่มทุนหรือผู้ใดได้นำเอาวัตถุอันตรายเข้ามาใกล้ ก่อตั้งแบบประชิดติดกันกับพื้นที่แห่งนี้เลย” น.ส.สุรีย์ กล่าว