หน้าแรก ภูมิภาค รวบโจรตระเวนช...

รวบโจรตระเวนชิงทรัพย์ ร้านค้าย่าน ม.ดังมหาสารคาม ตร.พบเพิ่งออกคุก 5 วัน หวนก่อเหตุซ้ำ 

12.05.26 | 11:11 น.

รวบโจรตระเวนชิงทรัพย์ ร้านค้าย่าน ม.ดังมหาสารคาม ตร.พบเพิ่งออกคุก 5 วัน หวนก่อเหตุซ้ำ 

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับภาพกล้องวงจรปิดที่ร้านหมูกระทะ ในพื้นที่ตำบลขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม จับภาพ เมื่อเวลาประมาณ 01.51 นาที คนร้ายเป็นผู้ชายสวมเสื้อลาย กางเกงขา 3 ส่วนสีดำ รองเท้าแตะ ขี่รถเข้ามาทำทีไปจอดหลังร้านติดหอพัก เพื่อดูลาดเลา ก็สบโอกาส วิ่งเข้ามาขโมยกระเป๋าสะพายของลูกค้าที่วางไว้บนโต๊ะ วิ่งไปขึ้นรถขี่รถหนีออกไปอย่างหน้าตาเฉย

จากนั้นเวลา ประมาณ 02.49 น. แม่ค้าร้านขายของชำ ที่กำลังจะปิดร้านเห็นคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มาที่ร้าน ก็ได้สอบถามว่า “เอาอะไรครับ” ก่อนที่คนร้ายจะเดินเข้ามาในร้าน หันมามองที่เคาน์เตอร์เก็บเงิน ก่อนจะตรงเข้ามาที่ลิ้นชักเก็บเงินขโมยเงินออกไปอย่างหน้าตาเฉยอีกเช่นกัน

ส่วนกล้องวงจรปิดภายในร้านสะดวกซื้อ คือ ร้านค้าแห่งหนึ่งสาขาท่าขอนยาง จับภาพได้ในเวลา 04.03 น. คนร้ายทำทีเข้ามาซื้อสินค้า หยิบสินค้ามาวางที่เคาน์เตอร์คิดเงิน ขณะพนักงานกำลังคิดเงินให้ คนร้ายก็จ่ายเงิน เมื่อลิ้นชักเก็บเงินเปิด คนร้ายก็อาศัยจังหวะฉกเงินในลิ้นชัก และเอาสินค้าวิ่งออกจากร้านไปทันที

ซึ่งจากข้อมูลก็พบว่ารถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ เป็นรถที่ขโมยมาจากตลาดเอ็กซ์โป ต.ท่าขอนยาง ซึ่งขโมยมาเมื่อช่วง 23.00 น. ของวันที่ 11 พฤษภาคม แล้วมาตระเวนก่อเหตุชิงทรัพย์

Advertisement

ซึ่งเรื่องราวดังกล่าว ทางร้านหมูกระทะแห่งหนึ่ง ได้นำเรื่องมาลงไว้ในเพจ เพื่อแจ้งเตือนภัย ถึงพฤติกรรมและความอุกอาจของคนร้าย ที่คืนเดียวตระเวนก่อเหตุถึง 4 ที่ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย เป็นการแจ้งเตือนภัยให้กับพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว ตั้งอยู่บริเวณมหาวิทยาลัย ชื่อดังใจ จ.มหาสารคาม เขตพื้นที่ขามเรียง จะมีพ่อค้าแม่ค้า และมีนักศึกษา มีหอพักเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแลให้ระมัดระวังคนร้าย ที่อาจจะก่อเหตุอุกอาจขึ้นอีก

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านเมย์มายหมูกระทะสาขา 2 ขามเรียง พูดคุยกับ นางสาวณัฐภูวินทร์ พัฒนะผลถวิล อายุ 32 ปี เจ้าของร้าน เล่าว่า ตอนช่วงเวลา 01.52 คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์เข้ามา ทำทีว่าเข้ามาในหอพักที่อยู่ด้านหลังร้าน จอดรถอยู่เกือบ 10 นาที คงจะมาสังเกตการณ์แล้วว่าโต๊ะของน้องผู้เสียหาย เป็นผู้หญิงมากับเด็กที่เป็นหลาน แล้วก็นั่งหันหลังให้กับคนร้าย มีกระเป๋าวางอยู่บนโต๊ะ ก็ขี่รถเข้ามาใกล้ ๆ อาศัยช่วงที่ผู้เสียหายเผลอ ก็วิ่งเข้ามาคว้ากระเป๋าแล้วก็ขี่รถหลบหนีไปทันที ซึ่งก็ถือว่าโชคดีที่ในกระเป๋าไม่มีตังค์ แต่ก็มีกุญแจรถและกุญแจห้องพัก ซึ่งกล้องวงจรปิดในร้านของตน 4 ตัว สามารถจับภาพของคนร้ายได้อย่างชัดเจน

นางสาวณัฐภูวินทร์  กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุก็ไปแจ้งความที่ สภ.เขวาใหญ่ทันที แต่ทางตำรวจบอกว่าให้มาตอนเช้า ตอนนี้ทำได้แค่ลงบันทึกประจำวัน ยังไม่ได้ลงพื้นที่ เพราะว่าร้อยเวรไม่อยู่ เดี๋ยวค่อยมาเวลาราชการ พอตอนเช้าก็ไปติดต่อที่ สภ. ทางตำรวจก็บอกว่าอยู่ระหว่างดำเนินการให้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่ารู้ตัวแล้ว อยู่ระหว่าดำเนินการ เป็นคนละแวกนี้ แล้วก็ตระเวนก่อเหตุในลักษณะนี้ เข้าออกคุกเป็นประจำอยู่แล้ว

คนร้ายไม่ได้ก่อเหตุแค่ร้านตน ร้านเดียว แต่ก่อเหตุคืนเดียวถึง 4 ราย เริ่มตั้งแต่ช่วงเวลา 5 ทุ่ม ไปขโมยรถจักรยานยนต์ ของน้องนักศึกษาผู้หญิง ที่จอดไว้ แล้วก็มาก่อเหตุที่ร้านตนช่วง ตี 1 กว่า ๆ จากนั้นช่วง ตี 2 กว่า ๆ ก็ไปก่อเหตุที่ร้านขายของชำในหมู่บ้าน จากนั้นช่วง ตี4 ก็เข้าไปชิงเงินคาลิ้นชักเก็บเงิน ภายในร้านแห่งหนึ่ง ได้เงินไปจำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่ทราบว่าได้ไปกี่บาท ล่าสุด โลกออนไลน์ก็ไม่มีการแจ้งเตือนว่าผู้ก่อเหตุคนเดียวกันนี้ ได้ไปชิงตะกร้าเก็บเงินของแม่ค้า ที่ร้านขายของชำ ในอำเภอเชียงยืน อีกด้วย

อยากให้ตำรวจเร่งจับให้ได้โดยเร็ว เพราะถือว่าเป็นภัยสังคมอย่างมาก ตั้งแต่เปิดร้านมา 3 ปี ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ก่อเหตุแบบอุกอาจมาก ร้านมีคนอยู่เยอะ มีลูกค้ากำลังนั่งทานอาหาร ยังกล้าทำ สถานที่แต่ละที่ที่ไปก่อเหตุไม่ได้เปลี่ยวเลย เป็นที่ชุมชนมีคนอยู่ทั้งนั้น แสดงว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้เกรงกลัวต่อกฎหมายเลย ถ้าไม่จับตอนนี้ อีกหน่อยอาจจะเกิดเหตุที่รุนแรงมากขึ้น ความเสียหายก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งตนเองไม่เคยเห็นหน้า แต่มีคนมาคอมเมนต์ในเพจที่แจ้งเตือนภัยว่า บุคคลคนนี้ก็เคยโดยคดีลักทรัพย์มาแล้วหลายครั้ง เข้าออกโรงพักเป็นว่าเล่น รู้เลยว่าเป็นใคร ตำรวจก็คุ้นเคยดี อยากให้จับให้ได้เร็ว ๆ เพราะกลางวันก็ขโมย กลางคืนก็ขโมย ไม่หลับไม่นอน ขโมยทั้งวันทั้งคืน ถือเป็นภัยร้ายแรงมาก

ยิ่งช่วงนี้น้อง ๆ นักศึกษาขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ตอนกลางคืน บางช่วงก็เป็นจุดที่เปลี่ยว วันนี้อาจจะเอาแค่ทรัพย์สิน แต่วันหน้าอาจจะเอาชีวิต มันไม่สามารถคาดการณ์ได้เลย ตอนนี้ต้องเซฟชีวิตคนด้วยการเร่งจับคนร้ายได้โดยเร็ว ยิ่งช่วงนี้สภาพเศรษฐกิจก็ไม่ดี แล้วทางร้านมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ถือว่าเป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการอย่างมาก หากเค้าไปตั้งใจทำมาหากิน ให้เท่ากับมาขโมยของ ตนคิดว่าเค้าน่าจะรวยแล้ว เพราะเค้าขยันขโมยมาก วันนึงทำ 4-5 รอบ แต่เค้าเอาความขยันไปใช้ผิดวิธี ถ้าเอาความขยันไปค้าขายอาจจะรวยแล้วก็ได้

ต่อมา พ.ต.ท.สุวันชัย สีทา รอง ผกก.สืบสวน สภ.กันทรวิชัย และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กันทรวิชัย ได้นำตัวนายสิทธิกร หรือ นายต้อง อายุ 28 ปี ชาว ต.เขวาใหญ่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม มาควบคุมตัวที่ สภ.กันทรวิชัย ภายหลังจากก่อเหตุลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ และวิ่งราวทรัพย์ ในพื้นที่ สภ.กันทรวิชัย และ สภ.เขวาใหญ่ โดยก่อเหตุภายในคืนเดียวถึง 4 ครั้ง

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม เวลาประมาณ 01.30 น. ได้ก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ ที่บริเวณหน้าตลาดเอ็กซ์โป ต.ท่าขอนยาง จากนั้นได้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันที่ขโมยมา ไปก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ เป็นกระเป๋าสะพาย ที่ร้านหมูกระทะเมื่อช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ต่อมาเวลา 02.50 น. ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ ที่ร้านขายของชำ ในเขตพื้นที่ตำบลท่าขอนยาง ได้เงินไปประมาณ 600 บาท และเวลา 04.50 น. ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ ภายในร้านสะดวกซื้อ มินิบิ๊กซี ต.ท่าขอนยาง ได้เงินสดไป 1,000 บาท ก่อนจะหลบหนีไป

จากนั้นวันพรุ่งขึ้นได้ไปก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ ที่ร้านขายของชำในหมู่บ้านทัพม้า ต.นาทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม พื้นที่รับผิดชอบของ สภ.กู่ทอง ได้เงินสดไปประมาณ 6,000 บาท

โดยผู้ต้องหาเลือกที่จะขับขี่รถไปเรื่อย ๆ หากสบโอกาสก็จะก่อเหตุลักทรัพย์ แต่กรรมตามทัน รถ จยย.ที่ขโมยไป ประสบอุบัติเหตุไปชนท้ายรถอีแต๋น ผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเขาสวนกวาง เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบความผิดปกติหลายอย่าง จึงได้อายัดตัวไว้ และสอบสวนจนทราบว่าเป็นคนร้ายที่ตระเวนก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม จากนั้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ไปรับตัวกลับมาดำเนินคดี

โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เขวาใหญ่ ได้นำตัวนายสิทธิกร ไปชี้จุดเกิดเหตุที่ร้านหมูกระทะ และไปติดตามกระเป๋าสะพายของผู้เสียหาย แต่ก็ไม่เจอกระเป๋า พบเพียงลิปสติก ยาดม และที่เปิดขวดน้ำอัดลมเท่านั้น

ด้านเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุตระเวนก่อเหตุในหลายพื้นที่ เบื้องต้นคือ พื้นที่ สภ.กันทรวิชัย 3 ครั้ง สภ.เขวาใหญ่ 1 ครั้ง สภ.กู่ทอง 1 ครั้ง สภ.เมืองมหาสารคาม 1 ครั้ง สภ.หนองซอน 1 ครั้ง และสภ.นาเชือก 1 ครั้ง ล่าสุดเพิ่งออกจากเรือนจำมาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดและลักทรัพย์ แต่ก็หวนกลับมาก่อเหตุในลักษณะเดิมอีก

เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา ลักทรัพย์ (รถจักรยานยนต์), เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า), และข้อหาวิ่งราวทรัพย์