หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านร้องผู...

ชาวบ้านร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบปมขุดบ่อดินทำ “ภูเขาหาย” ริมถนนสาย 41 เมืองคอน

12.05.26 | 13:56 น.

ชาวบ้านร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบปมขุดบ่อดินทำ “ภูเขาหาย” ริมถนนสาย 41 เมืองคอน

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม จากกรณีที่ชาวบ้านตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ยื่นร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีการบุกรุกพื้นที่สาธารณประโยชน์ “พรุมัด” และลักลอบขุดบ่อดินเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ป่าสงวนและป่าถาวร จนส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิประเทศอย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณแนวภูเขาริมทางหลวงหมายเลข 41 ตอนทุ่งสง–ร่อนพิบูลย์ ซึ่งปัจจุบันพบว่าภูเขาบางส่วนได้หายไปอย่างผิดสังเกต

ร.ต.ต.พงศกร มีพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนสอบสวน 4 สำนักสอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ธรรมราช ส้มเขียวหวาน ในฐานะตัวแทนราษฎรในพื้นที่ ที่เข้าร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำเสนอข้อมูลของชาวบ้าน ระบุว่า พื้นที่บ่อดินตามข้อร้องเรียน ซึ่งอยู่ติดทางหลวงหมายเลข 41 บริเวณรอยต่อระหว่างตำบลร่อนพิบูลย์ อำเภอร่อนพิบูลย์ กับตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง เดิมเคยเป็นพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม และในช่วงปี พ.ศ. 2562–2564 หน่วยงานภาครัฐได้ดำเนินการก่อสร้างกำแพงกันดินคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) เพื่อป้องกันปัญหาดินสไลด์และภูเขาถล่ม

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพพื้นที่ในปัจจุบันกลับพบว่า กำแพงกันดินดังกล่าว รวมถึงแนวภูเขาบริเวณด้านหลัง ได้ถูกขุดดินจนเปลี่ยนสภาพพื้นที่อย่างชัดเจน ผู้ตรวจการแผ่นดินตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการลักลอบขุดดินจากด้านหลังแนวกันดินออกมาด้านหน้า จนทำให้ภูเขาทั้งลูกถูกทำลาย และระดับพื้นที่ถูกปรับจนราบเสมอกับแนวถนนสายหลัก

พ.ต.ท.ธรรมราช ส้มเขียวหวาน ยังได้ส่งมอบภาพถ่ายและคลิปวิดีโอหลักฐานให้แก่ ร.ต.ต.พงศกร มีพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนสอบสวน 4 สำนักสอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดิน และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีการบุกรุกหรือกระทำผิดจริง

Advertisement

รายงานข่าวแจ้งว่า โครงการสร้างกำแพงกันดินป้องกันดินสไลด์ บนทางหลวงหมายเลข 41 ตอนทุ่งสง–ร่อนพิบูลย์ เป็นงานของกรมทางหลวง วงเงินงบประมาณ 4.4 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาดินทรุดตัวและป้องกันไหล่ทางพังในช่วงพื้นที่ลาดชันหรือจุดเสี่ยงน้ำกัดเซาะ ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทางสายหลักภาคใต้