หน้าแรก ภูมิภาค ‘เชียงร...

‘เชียงราย’สกัดจับพ่อลูกลอบขนยาบ้า 2ล้านเม็ด แฉเล่ห์ขบวนการใช้เด็กตบตาตำรวจ

12.05.26 | 15:45 น.

เชียงรายสกัดจับพ่อลูกขนยาบ้า2ล้านเม็ด แฉเล่ห์ขบวนการมักนำเด็กมาด้วยหวังตบตาตำรวจ

พล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผบก.ภ.จว.เชียงราย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมาชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.เชียงราย สืบทราบว่าขบวนการค้ายาเสพติดจาก จ.ลำปาง จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากจาก จ.เชียงราย กลับไปยัง จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเฝ้าตรวจตามถนนสายต่างๆ กระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน เป็นกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ป้ายทะเบียน จ.ลำปาง และรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ป้ายทะเบียน จ.เชียงราย ขับตามกันมาบนถนนพหลโยธินมุ่งหน้า ต.แม่ข้าวต้ม อ.เมืองเชียงราย จากนั้นขับกลับขาล่อง โดยรถยนต์เก๋งขับนำเลี้ยวไปทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงราย-เชียงใหม่


เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงร่วมกับ สภ.แม่สรวย ทำการสกัดรถยนต์กระบะได้ที่ด่านตรวจท่าก๊อ ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย มีนายอินจันทร์ อายุ 52 ปี ชาว อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ขับมาตามลำพัง ภายนอกไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ตรวจสอบตรงช่องว่างประตูรถทั้งฝั่งคนขับและคนโดยสาร พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ซุกซ่อนทั้ง 2 ด้าน นับรวม 102,000 เม็ด คีตามีนน้ำหนัก 2.05 กิโลกรัม จึงจับกุมตัวนายอินจันทร์เอาไว้
ก่อนสอบสวนขยายผลทราบว่า มีรถยนต์เก๋งขับนำไปก่อนหน้านี้แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจกิ่วคอหมา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง สกัดไว้ได้ ตรวจสอบในรถมีคนขับ ชื่อนายวีรพล อายุ 27 ปี เป็นบุตรชายของนายอินจันทร์ มีผู้โดยสาร น.ส.แก้ว อายุ 45 ปีเป็นภรรยาของนายอินจันทร์ และ น.ส.พรหมพร อายุ 20 ปี ภรรยาของนายวีพล เจ้าหน้าที่จึงจับกุมทั้งหมด

“ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าแดด จ.เชียงราย ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนถนนสายป่าแดด-จุน หมู่ 6 ต.ป่าแดด อ.ป่าแดด สามารถจับกุมชาย 1 คน พร้อมของกลางยาบ้าซุกซ่อนในรถยนต์เก๋งแท็กซี่ที่เช่ามาจำนวน 2,200,000 เม็ด จากการสอบถาม ให้การว่า ไปรับยาเสพติดที่ชายแดน จ.เชียงราย เพื่อนำส่งภาคกลาง
เป็นที่น่าสังเกตว่าทั้ง 2 คดีมีการนำเด็กมาในรถด้วย โดยเฉพาะกรณีที่ อ.ป่าแดด นำเด็กอายุ 5-6 ขวบมาในรถด้วย 2 คนเพื่ออำพราง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้วิจารณญานในการตรวจค้นและจำเป็นต้องตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนถนนสายรอง ซึ่งอาจทำให้ประชาชนได้สะดวกก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย” พล.ต.ต.มานพ กล่าว