เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวทราบว่า ได้มีเกษตรกรผู้ประกอบการเลี้ยงปลาในกระชังในแม่น้ำป่าสัก หมู่ที่ 8 ต.บ้านป่า อ. แก่งคอย จ. สระบุรี เดือดร้อน หลังจากที่ได้รับผลกระทบ กรณีที่มีฝนได้ตกหนักติดต่อลงมาหลายวัน ทำให้มีต้นหญ้าเศษขยะและ ดินโคลนต่าง ๆจากบนพื้นดิน ได้ไหลงมาสู่ในแม่น้ำป่าสัก ส่งผลทำให้น้ำในแม่น้ำป่าสักเกิดเปลี่ยนสีขุ่นแดง เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังที่อยู่ท้ายน้ำ ได้รับผลกระทบจนปลาเกิดช็อกน้ำลอยคอขึ้นมาตายเหนือน้ำ จำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางมาที่ดังกล่าว เป็นแพปลา ชื่อ” พงษ์ศักดิ์แพปลา “ พบว่าในแพปลาในแม่น้ำป่าสัก มีการเลี้ยงปลากระชังทั้งหมด 50 กระชัง โดย เป็นปลาทับทิม – ปลานิล พบ นาย แปลง จ่าแก้ว อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 57 ม. 8 ต.บ้านป่า อ. แก่งคอย จ. สระบุรี เป็น ผู้ดูแลแพปลา กำลัง เดิน เก็บช้อนปลา ทับทิม และ ปลานิล ในกระชัง ที่ ลอยคอตายเหนือน้ำ จำนวนมาก หลังจากปลาได้เกิดช็อกน้ำขาดอ๊อกชิเจน จนตาย
นาย แปลง เปิดเผยว่า ปลาในกระชังของตนนั้นเป็นปลาเลี้ยง มีทั้งหมด 50 กระชัง มีทั้งปลาทับทิม –ปลานิล โดยมีแต่ละรุ่นๆในกระชัง ส่วนปลาบางตัวที่ลอยคอขึ้นมาตายบนผิวน้ำนั้น ส่วนมากจะ เป็นปลาใหญ่ พร้อมขาย โดยน้ำหนัก ตัวละ เกือบ1 กิโลกรัม สาเหตุเพราะเกิดจากปลาขาดออกชิเจน กะทันหันจนปลาช็อก หลังจากที่น้ำในแม่น้ำป่าสักเปลี่ยนสีขุ่นและแดง ทำให้ปลาตายลง ตอนนี้ปลาในกระชังที่ตาย ก็ราว ๆ300 กก.เพราะตัวละเกือบ 1 กก. ส่วนขณะที่ปลาเล็กพอสู้กระแสน้ำเปลี่ยนสีได้ จึงไม่ค่อยเป็นอะไร มากนัก
นายแปลง เผยต่อว่าสาเหตุนั้น โดยที่ผ่านมา 2-3 วัน ฝนได้ตกลงมาต่อเนื่อง ทำให้น้ำในแม่น้ำป่าสักขุ่น และมีโคลนใต้น้ำ ผสมกับเศษต้นหญ้าหรือพืชผักที่มีการใช้สารเคมี ฉีด ทำให้ต้นหญ้าต้นพืชผักได้ไหลลง ในแม่น้ำป่าสัก ส่งผลให้ปลาปรับตัวไม่ทันจนปลาเสียชีวิตหรือเรียกว่า ปลาน็อกน้ำเพราะขาดอ็อกซิเจน ทำให้ทยอยขึ้นมาตาย ปลาที่ไม่มีปัญหากำลังจะน็อกน้ำตาย ตนก็เร่งทยอยตักขึ้นมาขาย โดยปลาทับทิมขาย กิโลละ 90 บาทส่วน ปลานิล กิโล 75 บาท ในขณะตัวปลาที่ตายตนเองได้เก็บไปฝังดิน

