เท้ง-ธนาธร นำทีมเปิดตัว อิทธิวัฒน์ ชิงนายกพัทยา ชู ‘พัทยาเพื่อทุกคน’ โปร่งใส-สวัสดิการ-เศรษฐกิจคนตัวเล็ก
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ลานด้านหลังโซโหทาวน์ พัทยาสาย 2 ซอย 1 เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ร่วมเปิดตัว “วัฒน์” นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร เป็นว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา ในนามพรรคประชาชน พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา ทั้ง 24 คน ครบทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง ท่ามกลางประชาชนและผู้สนับสนุนเข้าร่วมให้กำลังใจอย่างคึกคัก
เริ่มที่ “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยเปิดวิสัยทัศน์พัฒนาเมืองพัทยา ชูแนวคิด “พัทยาเมืองแห่งโอกาส” พร้อมตั้งคำถามสำคัญถึงอนาคตเมือง ว่าจะเป็นโอกาสของคนทุกกลุ่ม หรือเป็นเพียงโอกาสของคนบางกลุ่มเท่านั้น พร้อมเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันที่ 28 มิถุนายน เพื่อร่วม “ตัดสิน เปลี่ยนพัทยา”

ในการปราศรัย ระบุว่า จากการลงพื้นที่ร่วมกับ สส.ในพื้นที่ พบว่าพัทยาเปลี่ยนไปจากอดีต ทั้งปัญหาค่าครองชีพ การค้าขายที่ยากขึ้น รวมถึงผลกระทบจากกลุ่มทุนและเศรษฐกิจสีเทาที่เข้ามาแข่งขันกับคนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก ชาวประมง และแรงงานท้องถิ่น
นอกจากนี้ ปัญหาความปลอดภัยในเมือง ทั้งเรื่องอิทธิพล อาวุธปืน และยาเสพติด ที่ถูกมองว่าเชื่อมโยงกับการเมืองท้องถิ่น พร้อมย้ำว่าพัทยาควรเป็นเมืองที่ประชาชนทุกคนเข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียม
หัวหน้าพรรคประชาชน ยังกล่าวขอบคุณประชาชนที่สนับสนุนพรรคมาตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน แม้ยังไม่ได้มีโอกาสบริหารประเทศ แต่ยืนยันว่าได้ใช้ทุกโอกาสในการผลักดันการเปลี่ยนแปลง อาทิ การผลักดันสิทธิลาคลอด 120 วัน การคุ้มครองแรงงานกลางคืน และการตรวจสอบการใช้เงินประกันสังคมเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้แรงงาน
พร้อมกันนี้ ยังประกาศความพร้อมของพรรคประชาชนในการขอโอกาสเข้ามาบริหารเมืองพัทยาเป็นครั้งแรก โดยระบุว่าจะมีการนำเสนอวิสัยทัศน์จากว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยาและทีมงาน เพื่อแสดงนโยบายและแนวทางพัฒนาเมืองจากประสบการณ์ที่เคยทำสำเร็จในหลายพื้นที่
ช่วงท้ายของการปราศรัย “เท้ง” ย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสในการทำหน้าที่ผู้แทน และขอให้ประชาชนร่วมกันกำหนดอนาคตพัทยา ผ่านการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง เพื่อให้พัทยากลับมาเป็น “เมืองของทุกคน” อย่างแท้จริง

จากนั้น นายอิทธิวัฒน์ ว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา ในนามพรรคประชาชน ขึ้นเวทีประกาศเจตนารมณ์ขอเข้ามารับใช้ชาวพัทยา และผลักดันการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยระบุว่าตนเองเกิดและเติบโตในพื้นที่นาเกลือ เมืองพัทยา มีความผูกพันกับชุมชนตั้งแต่วัยเด็ก คุณพ่อรับราชการตำรวจ ส่วนคุณแม่เป็นแม่ค้าขายในตลาด ทำให้คุ้นเคยกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ทั้งพ่อค้าแม่ค้า ชาวประมง วินจักรยานยนต์รับจ้าง รวมถึงพนักงานโรงแรม ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองพัทยา
นายอิทธิวัฒน์ กล่าวว่า หลังเรียนจบได้กลับมาช่วยกิจการครอบครัว โดยเริ่มต้นจากรถกระบะ 1 คัน และพนักงาน 2 คน ตระเวนส่งสินค้าทั่วเมืองพัทยา ทำให้ได้เห็นปัญหาและชีวิตจริงของคนทำงานในเมืองท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด ส่วน แรงบันดาลใจสำคัญในการลงสมัครครั้งนี้ มาจากประสบการณ์การทำงานในสภา ที่ได้เห็นการอนุมัติงบประมาณจำนวนมาก แต่หลายปัญหาพื้นฐานของประชาชนกลับยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ถนนและฟุตบาทชำรุด รวมถึงปัญหาด้านการศึกษาที่โรงเรียนในพื้นที่ไม่สามารถรองรับนักเรียนได้เพียงพอ
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้เมืองพัทยาจะมีงบประมาณปีละกว่า 2,400 ล้านบาท แต่ปัญหาสาธารณูปโภคหลายด้านยังคงค้างคา พร้อมวิจารณ์การบริหารงานที่ผ่านมา ว่าขาดความเด็ดขาดในการตัดสินใจ

สำหรับนโยบายหลัก แบ่งออกเป็น 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การบริหารงบประมาณอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกบาททุกสตางค์ การแก้ปัญหาสาธารณูปโภค โดยเฉพาะปัญหาน้ำประปาและพื้นที่ค้าขายแบบไร้ส่วย การจัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็ก 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับวิถีชีวิตคนทำงานกลางคืน และการนำองค์ความรู้ระดับประเทศมาพัฒนาเมืองพัทยาให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเท่าเทียมสำหรับทุกคน
ในช่วงท้ายเวทีปราศรัยเปิดตัวผู้สมัครนายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา ในนามพรรคประชาชน
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ขึ้นกล่าวสรุปวิสัยทัศน์ “พัทยาเพื่อทุกคน” ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก พร้อมเน้นย้ำถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ควบคู่กับการสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนเมืองพัทยา
โดยระบุว่า เป้าหมายสำคัญคือ “ดูแลคนใน และทำให้คนนอกประทับใจ” เพื่อให้พัทยาเป็นเมืองที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ทั้งประชาชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว ซึ่งหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมานำเสนอ คือแนวคิด “ศูนย์เด็กเล็กภาคค่ำ” หรือ Night Childcare ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตของเมืองท่องเที่ยวที่ไม่เคยหลับใหล เนื่องจากสถานประกอบการจำนวนมากในพัทยาเปิดให้บริการจนถึงช่วงดึก ทำให้พนักงานในธุรกิจกลางคืนประสบปัญหาเรื่องการดูแลบุตรหลานระหว่างเวลาทำงาน
แนวคิดดังกล่าวเสนอให้มีศูนย์รับเลี้ยงเด็กที่เปิดให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อให้พ่อแม่สามารถนำบุตรหลานมาฝากเลี้ยงได้อย่างปลอดภัยระหว่างปฏิบัติงาน ซึ่งถือเป็นการเติมเต็มช่องว่างของระบบสวัสดิการที่มักอ้างอิงเฉพาะเวลาทำงานปกติ ทั้งนี้ คณะก้าวหน้า เคยผลักดันโครงการลักษณะเดียวกันร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจท่องเที่ยวที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเมืองพัทยา และถูกยกเป็นต้นแบบความสำเร็จของนโยบายดังกล่าว

พร้อมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองพัทยา ด้วยการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมโยงเป็นโครงข่ายเดียวกัน จัดระเบียบรถสองแถวให้วิ่งตามเส้นทางสัมปทานที่กำหนดไว้ เพื่อลดปัญหาความสับสนและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองพัทยา ยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลก
นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างรูปแบบการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เป็นต้นแบบการพัฒนาเมืองพัทยาในอนาคต ที่เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบงบประมาณได้ ผ่านแอปพลิเคชัน “Pattaya All”
ช่วงท้ายของการปราศรัย ธนาธร ได้กล่าวปลุกพลังผู้ร่วมงาน ด้วยการตั้งคำถามถึงภาพอนาคตของ “พัทยาเพื่อทุกคน” พร้อมย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าของเมือง จะเกิดขึ้นได้จากพลังของประชาชนทุกคน
ก่อนเชิญ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยาและว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองจากพรรคประชาชน รวมแกนนำและ ส.ส. ขึ้นเวที ท่ามกลางเสียงเชียร์ของประชาชนที่มาร่วมงานอย่างคึกคัก พร้อมประกาศเดินหน้าสร้าง “พัทยาเพื่อทุกคน” และอนาคตใหม่ของเมืองพัทยาร่วมกัน


