แจ้งจับ จนท.สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหาดใหญ่ ร่วมสมาชิก-นอมินี 100 คน ยักยอกเงิน 200 ล้าน ผู้จัดการยัน ยังไม่ล้ม หลังสมาชิกกังวล แห่ลาออก
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหาดใหญ่ จำกัด ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีสมาชิกทยอยเดินทางเข้าสอบถามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง หลังจากวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา สหกรณ์ออกประกาศชะลอการจ่ายคืนค่าหุ้น หรือทุนเรือนหุ้นให้กับสมาชิกที่ลาออก ทำให้สมาชิกกังวลเรื่องที่เกิดขึ้นว่าสหกรณ์จะล้มละลาย โดยเฉพาะผู้ที่ถือหุ้นมูลค่าหลักแสนบาทขึ้นไป
เนื่องจากเข้าใจว่า ภายในสหกรณ์มีการทุจริตเกิดขึ้น จนทำให้เงินสูญหายหลายร้อยล้านบาท ทำให้สมาชิกบางส่วนตัดสินใจมายื่นลาออก และต้องการถอนหุ้นคืน ท่ามกลางความไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้จัดบัตรคิวเอาให้บริการสมาชิก และเมื่อถึงคิวให้สมาชิก แจ้งความจำนงจะถอนเงินคือ โดยให้บัตรนัดมารับเงินอีกครั้งในวันที่ระบุไว้ในบัตร

ขณะเดียวกัน สมาชิกสหกรณ์เรียกร้องให้คณะกรรมการสหกรณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงถึงสภาพคล่องทางการเงินของสหกรณ์ และแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิก สหกรณ์ได้แจ้งให้สมาชิกที่ต้องการยื่นลาออก ให้ดำเนินการได้หลังจากวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ ซึ่งจะมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569
หนึ่งในสมาชิกเปิดเผยว่า หลังมีกระแสข่าวว่าสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหาดใหญ่ จำกัด จะล้มละลาย และเงินหายไปหลายร้อยล้านบาท เดินทางเข้าแจ้งความจำนงจะถอนหุ้นทั้งหมดที่ฝากไว้มานาน 3 ปี 2-3 ล้านบาท เพราะขณะนี้เกิดความไม่เชื่อมั่น กังวลในเงินที่ฝากไว้ว่าสหกรณ์จะไม่มีเงินให้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ให้ลงชื่อไว้ แล้วจะแจ้งให้ทราบว่าจะได้เงินเมื่อใด ซึ่งเงินที่ลงหุ้นไป 2-3 ล้านบาทนั้น เพราะก่อนหน้านี้เชื่อมั่นสหกรณ์

ผศ.บรรเจิด พฤฒิกิตติ ประธานกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหาดใหญ่ จำกัด พร้อมคณะกรรมการ เปิดแถลงชี้แจงต่อสมาชิก กรณีการเลื่อนจ่ายเงินปันผลและกระแสข่าวการทุจริตภายในองค์กร หลังพบมีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายร่วมกันยักยอกเงินของสหกรณ์ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาทว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568
มีเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ 8 คน ในฝ่ายไอที ฝ่ายบัญชี ฝ่ายการเงิน ฝ่ายสินเชื่อ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายกิจการสมาชิก ร่วมกับสมาชิก และนอมินี 92 คน ฉ้อโกงเป็นขบวนการ นำเงินจำนวนหนึ่งออกจากระบบโดยมิชอบ และสหกรณ์ได้แจ้งความ ดำเนินคดีแพ่งและอาญา พร้อมแจ้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้เข้าตรวจสอบเส้นทางการเงินให้ละเอียด และรัดกุมขึ้น เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม เชิญผู้แทนกลุ่มสมาชิก 50 กลุ่ม เพื่อให้นำข้อมูลไปเผยแพร่ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มรับทราบข้อเท็จจริง
ผศ.บรรเจิดกล่าวว่า สมาชิกสามารถแจ้งลาออกได้ แต่ยังไม่สามารถรับเงินหุ้นได้ เนื่องจากมีข้อบังคับของสหกรณ์ กรณีที่ยังไม่ชำระบัญชีประจำปี หรือการปิดงบประจำปีที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ จะทำให้ไม่สามารถประเมินมูลค่าหุ้นได้ จึงต้องรอให้ดำเนินการแล้วเสร็จแล้ว ก็จะรับเงินหุ้นได้หลังการประชุมใหญ่สามัญ วันที่ 30 พฤษภาคมนี้ แต่สมาชิกก็ทำธุรกรรมกับสหกรณ์ได้ตามปกติ เพราะยังมีความมั่นคงอยู่
ผศ.บรรเจิดยืนยันว่า ขณะนี้สหกรณ์ไม่ได้ล้มละลายตามมีกระแสข่าว เพราะเงินส่วนใหญ่ปล่อยให้สมาชิกกู้ประมาณ 600 ล้านบาท จึงอยู่ในมือของสมาชิกที่ยื่นกู้ ส่วนที่ยักยอกนำเงินออกไป มีจำนวนหนึ่งเท่านั้น คาดว่าไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท แต่ก็ต้องให้ปิดงบประจำปีแล้วเสร็จ จะทราบตัวเลขที่แท้จริง


