หน้าแรก ภูมิภาค บุกรวบกำนัน จ...

บุกรวบกำนัน จ.แพร่ คาบ้านไม้หรู รุกป่าสงวนกว่า 30 ไร่ ซุกไม้เถื่อนเพียบ เตรียมยื่นศาลรื้อถอนบ้าน

13.05.26 | 18:13 น.

จนท.สนธิกำลัง รวบ ‘กำนันตำบลต้าผามอก’ คาบ้านไม้หลังงาม ปลูกรุกป่าสงวนกว่า 30 ไร่ พบไม้สัก-ไม้ประดู่ท่อนเกลื่อนบ้าน สารภาพสิ้นลักตัดมาสร้างรังนอน ขยายผลเจอขุมทรัพย์ไม้เถื่อนอีกเพียบ เสียหายกว่าครึ่งล้าน จุดเกิดเหตุอยู่ติดถนน-ห่างหน่วยป่าไม้ไม่ถึง 5 กม. แต่รอดสายตามาได้นานนับปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ​เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พร.10 (แม่ต้า) สนธิกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป.ที่ 3 (แพร่), ตำรวจ ตชด.323, ศปทส.ภาค 5 และฝ่ายปกครอง บุกเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าหลิ่งดู่ หมู่ 1 ต.ต้าผามอก อ.ลอง จ.แพร่ หลังได้รับแจ้งว่ามีผู้บิดพลิ้วกฎหมาย บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ต้าฝั่งซ้าย เพื่อปลูกสร้างบ้านพักและลักลอบตัดไม้มีค่า

​จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านไม้ยกสูงถาวรสุดหรู เสาไม้สักขนาดใหญ่ถึง 20 ต้น หลังคามุงเมทัลชีทอย่างดี บริเวณหน้าบ้านและหลังบ้านพบไม้สักและไม้ประดู่ท่อนยักษ์ สภาพใหม่ 7 ท่อน วางกองอยู่โดยไม่มีตราประทับ

​ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ นายยุทธนา กำนันตำบลต้าผามอก แสดงตนเป็นเจ้าของบ้าน เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวสอบสวนทันที โดยนายยุทธนาจำนนด้วยหลักฐาน สารภาพหมดเปลือกว่า พื้นที่นี้ไม่มีเอกสารสิทธิ ส่วนไม้สักที่ใช้สร้างบ้านและที่วางกองอยู่มีทั้งที่แอบตัดเองในป่ารอบๆ และรับซื้อมาจากชาวบ้าน

​เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงกระจายกำลังสำรวจพิกัดดาวเทียม พบตอไม้สักถูกตัดโค่นเกลื่อนป่า 16 จุด และยังพบไม้สักถูกชักลากมากองรวมอีก 41 ท่อน มูลค่าความเสียหายเฉพาะไม้กองนี้ราว 4.3 แสนบาท นอกจากนี้ ยังพบ “แท่นเลื่อยไม้” ตั้งตระหง่านอยู่ริมห้วย พร้อมกองขี้เลื่อยที่เพิ่งใช้งานไปไม่นาน ประเมินความเสียหายเบื้องต้นรวมแล้วกว่า 5.6 แสนบาท

Advertisement

​อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในพื้นที่ตั้งข้อสังเกตว่า จุดเกิดเหตุอยู่ติดถนนใหญ่และอยู่ห่างหน่วยป้องกันรักษาป่าไม้ไม่ถึง 5 กิโลเมตรเท่านั้น แต่กลับมีการบุกรุกพื้นที่ป่าไปกว่า 30 ไร่ และมีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่ามาอย่างต่อเนื่องจนสร้างบ้านเสร็จเป็นหลัง

​เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาบุกรุกป่าสงวนและครอบครองไม้หวงห้ามโดยผิดกฎหมาย คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวียงต้า ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนบ้านหลังดังกล่าวเตรียมชงเรื่องส่งศาลสั่งรื้อถอนทิ้งให้สิ้นซากต่อไป