หน้าแรก ภูมิภาค ป.ป.ช.พิจิตร ...

ป.ป.ช.พิจิตร จ่อสอบ ฝายน้ำล้น อบจ.งบ 2.5 ล้าน เจอฝนตกแค่ 2 วันพังยับ

14.05.26 | 19:58 น.
พิจิตร

ป.ป.ช.พิจิตร จ่อสอบ ฝายน้ำล้น อบจ.งบ 2.5 ล้าน เจอฝนตกแค่ 2 วันพังยับ

 

วันที่ 14 พฤษภาคม นายวราพงษ์ อินต๊ะโมง ผอ.สนง.ป.ป.ช.พิจิตร เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีชาวบ้านและชมรม STRONG-จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดพิจิตร ที่ส่งเรื่องร้องทุกข์ร้องเรียน โดยรายงานว่า อบจ.พิจิตร ใช้งบประมาณ 2,568,000 บาท ตามป้ายประกาศว่าเป็นโครงการก่อสร้างฝายน้ำล้น คสล.ภายในลำคลองบ้านปากคลอง หมู่ 11 ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตรปริมาณงานก่อสร้าง ดำเนินการก่อสร้างฝายน้ำล้นคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดสันฝาย กว้าง 4.00 เมตร ยาว 48.00 เมตร สูง3 เมตรตามแบบองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร โดยมีห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งหนึ่ง เป็นผู้รับจ้าง ตามป้ายประกาศเริ่มต้น 12 กุมภาพันธ์ 2568 ระยะเวลาสิ้นสุด 11 มิถุนายน 2568 รวม 120 วัน

แต่ชาวบ้านที่อยู่แถวนั้น ซึ่งเป็นจุดก่อสร้างบอกว่าฝายน้ำล้นแห่งนี้สร้างเสร็จเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมาปรากฏว่าในช่วงหลังจากสร้างเสร็จเมื่อประมาณวันที่ 9-10 พฤษภาคม ได้มีฝนตกหนักและมีน้ำในคลองไหลล้นฝายน้ำล้นแห่งนี้ จากนั้นในคืนวันที่ 10 พฤษภาคม ฝายน้ำล้นดังกล่าวได้พังลงตามภาพที่เห็น ซึ่งผ่านการใช้งานทำหน้าที่ฝายน้ำล้นได้แค่เพียง 2 วันเท่านั้น แตกร้าวและพังลงเสียหาย

ล่าสุด สนง.ป.ป.ช.พิจิตร ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวรวมถึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูจุดเกิดเหตุ โดยหลังจากนี้จะได้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้รับจ้างและเครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบให้ร่วมกันลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการก่อสร้างว่าเป็นไปตามแบบแปลนและได้มาตรฐานตามหลักวิชาการหรือไม่ โดยเร็วที่สุด

Advertisement

ส่วนที่ชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่าการก่อสร้างการเทคอนกรีตบริเวณสันฝายน้ำล้นที่เห็นปูนแตกร้าวนั้นมีการใส่เหล็กเส้น บดอัดคานดิน ตอกเสาเข็มด้วยหรือไม่นั้นในรายละเอียด ป.ป.ช.พิจิตร จะได้เชิญวิศวกรผู้เชี่ยวชาญร่วมกันถอดแบบดูแบบแปลน รวมถึงให้ร่วมลงพื้นที่ไปช่วยตรวจสอบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ซึ่งถ้าหากพบว่าการก่อสร้างเป็นไปตามแบบมาตรฐานแต่งานยังอยู่ในช่วงรับประกันผลงานก็จะให้ผู้ว่าจ้างประสานงานผู้รับจ้างเพื่อซ่อมแซมแก้ไขต่อไป แต่ถ้าหากงานการก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบแปลนหรือมีเจตนาที่ส่อไปในทางทุจริตก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้การใช้งบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนคุ้มค่าที่สุด ซึ่งยังมิได้ชี้ถูกหรือชี้ผิดแต่อย่างใด