ร้องผู้ว่าฯหนองบัวลำภู ช่วย หวั่นคดีครูสาวล้มวงแชร์-วินัย ไม่คืบ เผยยอดผู้เสียหายร่วม 100 คน มีทั้งเพื่อนครู ผู้บริหาร ชาวบ้าน มูลค่ารวม 50 ล้าน
จากกรณีที่มีลูกแชร์กว่า 10 คนของครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)หนองบัวลำภู เขต 1 เข้าแจ้งความกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ในเดือนธันวาคม 2568 ก่อนเดินทางไปร้องเรียน สพป.หนองบัวลำภู เขต 1 ถึงพฤติกรรมของครูรายดังกล่าว ที่ทำให้กลุ่มอดีตข้าราชการครูและชาวบ้านที่ร่วมวงแชร์สูญเงิน รวมผู้เสียหายประมาณ 100 คน มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาทนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่จ.หนองบัวลำภู ทางตัวแทนของกลุ่มลูกแชร์ของครูประถมศึกษารายดังกล่าว ซึ่งมีอดีตข้าราชการครูเกษียณ แม่ค้า ชาวบ้าน พร้อมด้วยทีมทนายความ ได้เดินทางมายังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อพบกับ นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู นอกจากนั้นยังมี ผอ.ศูนย์ดำรงธรรม พ.ต.อ.พิทักษ์ กองทัพไทย ผกก.สอบสวน ภ.จว.หนองบัวลำภู ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.ไกรสมุทร ทาโบราณ ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู ตัวแทนของศึกษาธิการจังหวัดหนองบัวลำภู และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มลูกแชร์ดังกล่าว
โดยกลุ่มผู้เสียหายได้เล่าถึงลักษณะการเชิญชวนสมาชิกเครือข่ายเข้าร่วมว่า เท้าแชร์ได้มีการสร้างภาพให้เกิดความน่าเชื่อถือ โดยมีคลิปภาพและเสียงลงทางสื่อโซเซี่ยล มีการสวมใส่สร้อยทองจำนวนหลายเส้น ใส่แหวนเต็มนิ้ว ภาพถ่ายธนบัตรแบงค์พันเป็นปึกเป็นกองขนาดใหญ่จำนวนมาก และตอนนี้ทางเท้าแชร์ยังมี ธุรกิจรีสอร์ต และยังมีแหล่งข่าวที่แจ้งว่ายังมีเงินสดเก็บไว้อีกประมาณ 30 สิบล้านและทองคำอีก จึงคิดว่าเท้าแชร์ยังมีทรัพย์สินอยู่ หากการดำเนินการทางคดีเสร็จก็พอจะได้เงินบางส่วนกลับมาบ้าง เชื่อว่าเท้าแชร์ยังมีทรัพย์สินอยู่ อีกทั้งเงินแชร์ที่ร่วมลงเล่นนั้น เมื่อปิดวงแชร์แล้ว เท้าแชร์จะเชิญชวนเปิดวงแชร์ใหม่ต่อเรื่อย ๆ เงินที่ลงทุนจึงไปอยู่กับเท้าแชร์ หลายคนหวังผลดอกผล ช่วงแรกไม่กล้าเล่น เท้าแชร์ได้สอนวิธีเล่น และเห็นว่าเท้าแชร์เป็นคนที่มีบ้านใกล้กัน มีหน้าที่การงานมั่นคง มีสามีเป็นนายตำรวจ ทำให้ลูกแชร์ที่หวังจะปิดวงแชร์ ได้ไปกู้ยืมเงินทั้งจากญาติพี่น้อง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์มาร่วมลงทุน หวังว่าเมื่อสิ้นปีจะได้ทั้งดอกผลและเงินต้นนำส่งคืนญาติพี่น้องและธนาคาร
แต่เท้าแชร์กลับมาล้มเสียก่อน ซึ่งมีผู้เสียหายอยู่ในพื้นที่และนอกพื้นที่ มีการตั้งกลุ่มไลน์ของผู้เสียหาย มีผู้มาร่วมแจ้งความเสียหาย 79 คน บางส่วนก็ไม่ได้ลงชื่อแต่ไปยื่นเรื่องแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว วันนี้จึงได้เดินทางมาขอความเมตตาจากผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภูถึงความทุกข์ ความเดือดร้อนของประชาชนในปกครองของท่านและกลัวว่าคดีจะเกิดความล่าช้า จึงได้มาพบและยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู
นอกจากนั้น กลุ่มลูกแชร์ยังเล่าว่า ก่อนที่วงแชร์จะล้มนั้น ทางเท้าแชร์ได้มีการหย่ากับสามีที่เป็นนายตำรวจในพื้นที่ มีการโอนทรัพย์สินไปให้สามี จากนั้นไม่นานวงแชร์ก็ล้ม เมื่อไปทวงถามก็บอกให้ไปฟ้องร้องเอา และยังมีการโพสต์ข่มขู่ไม่ให้เข้ามาในบริเวณบ้าน ทำให้ลูกแชร์หมดความหวังจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความ พึ่งกระบวนการทางกฎหมาย
ด้านนายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ได้รับหนังสือ พร้อมกล่าวว่า รู้สึกเห็นใจในความเดือดร้อนซึ่งการเล่นแชร์เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว แต่ในบางเรื่อง ทางผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้มีอำนาจ เมื่อเรื่องได้เข้าสู่กระบวนการสอบสวนแล้วก็ต้องรอให้เป็นไปตามกระบวนการสอบสวน ซึ่งจะเป็นไปตามขั้นตอน
เมื่อถามว่าทางจังหวัดจะดำเนินการอย่างไรต่อ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ตอบว่า เรื่องทางวินัยจะมีการทำหนังสือสอบถามไปยังทาง สพป.หนองบัวลำภู เขต 1 ว่าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทางวินัย ได้ดำเนินการอย่างไรไปแล้วบ้าง ส่วนเรื่องทางแพ่งนั้น ทางตำรวจก็รับเรื่องไว้แล้ว จะเข้าสู่กระบวนการต่อไป พร้อมฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่า อย่าเล่นแชร์เลย มันไม่มีความแน่นอน มีแต่ความเสียหาย มีเรื่องมีราวขึ้นมาก็เกิดความยุ่งยากเดือดร้อน ทำมาหากินบริสุทธิ์ดีกว่า
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อนหน้านี้มีกลุ่มครูประมาณ 14 คน ได้เข้ายื่นหนังสือต่อพนักงานสอบสวน สภ.ศรีบุญเรือง ที่ถูกเท้าแชร์รายหนึ่งซึ่งเป็นข้าราชการครูล้มวงแชร์และไม่จ่ายเงิน ทำให้มีผู้เสียหายที่มาลงชื่อในกลุ่มประมาณ 79 คน ส่วนหนึ่งไม่ได้ลงชื่อและอีกส่วนพากันไปแจ้งความดำเนินคดีซึ่งแจ้งความแล้ว ประมาณ 40 คน โดยเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 กลุ่มผู้เสียหายทราบว่า ครูเท้าแชร์จะมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาหลอกลวงประชาชน จึงได้พากันเดินทางมาเพื่อพบปะพูดคุยเจรจา แต่ครูเท้าแชร์รายดังกล่าว ไม่ยอมพูดคุยด้วย
สำหรับผู้เสียหาย มีทั้งอดีตข้าราชการครูที่เกษียณอายุราชการ ครูประจำการ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการหลายสังกัด ชาวบ้าน ที่เป็นชาวไร่ ชาวนา
ลูกแชร์หลายคนเปิดเผยถึงการเข้าร่วมวงแชร์ว่า เล่นมา 1-3 ปี ในช่วงแรก ๆ ได้ผลประโยชน์กลับมาและนำลงทุนต่อ ส่วนมากจะหวังปิดเป็นมือสุดท้ายจะได้ดอกเบี้ยจากมือต้น ๆ ซึ่งแต่ละคนจะเล่นหลายวง และหลายมือ แรก ๆ เป็นแชร์รายเดือน จากนั้นขยับมาเป็นรายวัน มีการส่งยอดวงแชร์แจ้งรายละเอียดผ่านกลุ่มไลน์ในมือถือให้ทราบ แต่ต่อมาเท้าแชร์ที่ปิดบ้านแชร์โดยไม่แจ้งให้ลูกแชร์ทราบล่วงหน้า จึงมีการแจ้งความ เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2568 จากการสอบถามผู้ร้องทุกข์ทราบว่ามีจำนวนมากกว่า 100 คน มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10-50 ล้านบาท

