หน้าแรก ภูมิภาค คิกออฟ ปล่อยค...

คิกออฟ ปล่อยคาราวานรถพุ่มพวงทั่วปท. แม่ค้ากังวลขายไม่ได้ แถมต้องเติมน้ำมันไกล หวั่นไม่คุ้ม

15.05.26 | 14:36 น.

คิกออฟ ปล่อยคาราวานรถพุ่มพวงที่หน้าที่ว่าการอำเภอพร้อมกันทั่วปท. แม่ค้ากังวลขายไม่ได้ แถมต้องเติมน้ำมันไกลไป-กลับ 50 กิโลฯ หวั่นไม่คุ้ม อยากได้เงินสดมากกว่าคูปอง เพื่อหมุนเวียนได้ทันที

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่ว่าการอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนคาราวานรถพุ่มพวงอย่างยิ่งใหญ่ ในกิจกรรม Kick-off โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง” ซึ่งเป็นการดำเนินงานเชิงรุกตามนโยบายรัฐบาลเพื่อลดภาระรายจ่ายให้แก่ประชาชน โดยมีการจัดกิจกรรมพร้อมกัน ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ

ด้าน จ.มหาสารคาม ที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม นายเศรษฐา เณรสุวรรณ นายอำเภอเมืองมหาสารคาม เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนคาราวานรถพุ่มพวงอย่างยิ่งใหญ่ ในกิจกรรม Kick-off โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง” พร้อมออกบูธจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดที่ถูกกว่าท้องตลาด

นายเศรษฐา เณรสุวรรณ นายอำเภอเมืองมหาสารคาม กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง เป็นมาตรการของรัฐบาลไทยที่ดำเนินการร่วมกันโดย กระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชน โดยใช้รถพุ่มพวง หรือรถเร่ขายของชำเคลื่อนที่ เป็นช่องทางกระจายสินค้าราคาประหยัดไปยังชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่ห่างไกล สนับสนุนให้รถพุ่มพวงนำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นไปขายในราคาถูกกว่าท้องตลาด เพิ่มการเข้าถึงสินค้าให้ประชาชนถึงหน้าบ้าน ช่วยผู้ค้ารายย่อยและเศรษฐกิจฐานราก ตั้งเป้าขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

Advertisement

ในส่วนของอำเภอเมืองมหาสารคาม มีผู้สมัครเข้าโครงการจำนวน 10 ราย ผลการพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกผู้ร่วมโครงการในพื้นที่ ต.ตลาด อ.เมือง ผ่านการคัดเลือก 6 ราย ได้แก่ รถยนต์ 2 ราย สามล้อเครื่อง 3 ราย และรถจักรยานยนต์ 1 ราย

สำหรับรถพุ่มพวงที่เข้าร่วมโครงการในวันนี้ จะได้รับสินค้าจากไปรษณีย์ไทย ไปจำหน่ายทั้งสิ้น 14 รายการ ตามขนาดของรถพุ่มพวงที่ได้ลงทะเบียนไว้ แบ่งเป็นไซซ์ S, M, และ L มีสินค้า อาทิ ข้าวสาร น้ำมัน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่ไก่ ผงซักฟอง น้ำปลา ผงชูรส แชมพู ครีมอาบน้ำ เป็นต้น พร้อมกับป้ายราคาจำหน่ายสินค้า โดยไซซ์ S เป็นรถจักรยานยนต์ จะได้สินค้า 22 ชิ้น, ไซซ์ M รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้ 27 ชิ้น และไซซ์ L จะได้สินค้า 64 ชิ้น และได้รับการสนับสนุนน้ำมัน 1,500-3,000 บาท ตามประเภทรถที่ได้ลงทะเบียนไว้

ด้าน นางสาวแววตา หันษา แม่ค้ารถพุ่มพวง กล่าวว่า โครงการรถพุ่มพวง ข้อดีคือมีเงินให้เราเติมน้ำมัน 1,500 บาท แต่ไม่ดีตรงเงื่อนไขที่ต้องนำรถพุ่มพวงไปเติมน้ำมันในเครือที่กำหนด ซึ่งไม่คุ้ม เนื่องจากบ้านตนอยู่ห่างจากปั๊มน้ำมัน 25 กิโลเมตร หากเดินทางไป-กลับก็ 50 กิโลเมตรแล้ว

“โดยปกติจะตื่นไปตลาดเช้าตั้งแต่ตี 2 ซื้อของเสร็จกลับมาถึงบ้าน ตี 5 ระยะทางไปกลับ 60 กิโลเมตร จากนั้นก็จัดสินค้าเรียงบนรถ เพื่อเตรียมออกขายในหมู่บ้านตอน 6 โมงเช้า สินค้าจะเป็นอาหารสด ผักสด หมู ปลาไก่ เป็นต้น แต่สิ่งของที่ไปรับมาจากไปรษณีย์วันนี้ เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค อย่างพวก ข้าวสาร น้ำมัน น้ำมันหอย ผงชูรส น้ำปลา ผงซักฟอก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ ซึ่งสินค้าพวกนี้มองว่าขายยาก เนื่องจากชาวบ้านที่มีบัตรคนจน แต่ละเดือนจะไปรูดบัตรซื้อสินค้าพวกนี้มาอยู่แล้ว เอามาก็เกรงว่าจะขายไม่ได้ แต่อย่างไรก็ต้องทดลองนำไปขายดูก่อน

ปกติแล้วจะลงทุนแต่ละวันอยู่ที่ประมาณวันละ 4,000-5,000 บาท หากขายหมดแต่ละวันจะมีกำไรวันละ 500-1,000 บาท ยังไม่รวมค่าน้ำมัน ยิ่งตอนนี้มีดราม่า รถพุ่มพ่วงผิดกฎหมาย เพราะเป็นรถดัดแปลงสภาพ หากจะขับขี่ไปไหนก็กลัวว่าตำรวจจะจับ ยิ่งหากต้องขี่เข้ามาในเมืองเพื่อมารับของจากไปรษณีย์ ต้องเดินทางไป-กลับ 60 กิโลเมตร ทำให้มองว่าไม่คุ้มค่า ต้องรอดูว่าจะมีการอนุโลมให้หรือไม่ ตอนนี้กังวลว่าของที่เอามาจะขายไม่ได้

นางสาวแววตากล่าวว่า ในมุมมองของตนหากจะช่วย อยากได้เป็นเงินสดมากกว่าเพื่อจะได้ใช้จ่ายหมุนเวียนได้เลย เพราะเวลาไปซื้อของก็ต้องมีบิลอยู่แล้ว หรือไปเติมน้ำมัน สแกนบัตรประชาชน เหมือนบัตรคนจนให้เอาแกลลอนน้ำมันไปใส่ก็จะดีกว่า เพราะหากต้องขี่รถพ่วงข้างไป ขี่ไป-กลับน้ำมันก็หมดแล้ว