เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือขอให้ คณะการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบการกระทำของนายตำรวจตระเวนชายแดนนายหนึ่ง กรณีเป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายเลือกปฏิบัติและไม่ปฏิบัติตามหน้าที่โดยยึดตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย และอาจมีพฤติกรรมเข้าข่ายไม่ซื่อสัตย์สุจริตให้เป็นที่ประจักษ์ ไม่ยึดประโยชน์ของราชการผลประโยชน์ของชาติและสาธารณะ ใช้อำนาจหน้าที่ส่อไปในทางเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มเอกชน อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการอย่างร้ายแรง จากกรณีการใช้ดุลยพินิจอนุญาตให้บริษัทเอกชนกิจการพลังงานแห่งหนึ่ง เช่าพื้นที่ ตชด.43 สงขลา เพื่อก่อสร้างลานจอดเฮลิคอปเตอร์ เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขในการเข้ารับสิทธิในการบินสำรวจทรัพยากรพลังงานบริเวณอ่าวไทย
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ขอข้อสังเกตว่ามีเรื่องแปลกหลายเรื่อง ทั้งคดีเขากระโดง และคดีฮั้ว ส.ว. ที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาทำหน้าที่ รวมถึงคดีที่ตนมายื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตรวจสอบในวันนี้ โดยมีกลุ่มทุนบริษัทพลังงานแห่งหนึ่งจะดำเนินการประมูลเพื่อสำรวจแหล่งพลังงานในทะเลอ่าวไทย จังหวัดสงขลา หนึ่งในเงื่อนไขที่กำหนดคุณสมบัติการเข้าร่วมประมูลจะต้องมีที่จอดเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งบริษัทดังกล่าวก็ไปหาสถานที่ โดยไปติดต่อผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 เพื่อขอใช้สถานที่ซึ่งกองทัพเรือ ได้นำเข้าสู่วาระการประชุม ภายหลังการประชุมถึง 3 ครั้ง ก็ไม่อนุญาตโดยให้เหตุผลด้านความมั่นคง หลังจากถูกกองทัพเรือปฏิเสธทางบริษัทเอกชนจึงได้ไปติดต่อไปยัง ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ซึ่งอยู่ในบริเวณพื้นที่เดียวกับกองทัพเรือภาคที่ 2 และสุดท้ายก็มีการอนุมัติ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ตำรวจตระเวนชายแดนไม่ได้ให้ความสำคัญกับเหตุผลต่างๆที่มีการอ้างอิงหลักวิชาการของกองทัพเรือ ที่ได้ดำเนินการประชุมก่อนออกมาปฏิเสธเอกชนรายดังกล่าว อีกทั้งไม่ได้มีการคำนึงว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ยุทธภูมิทางการทหารหรือไม่ จึงเห็นว่าแม้จะข้ามเหตุผลด้านความมั่นคงแต่ ตชด.43 ก็ไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ จะต้องดำเนินการขออนุญาตจากกรมธนารักษ์ก่อนใช้พื้นที่ ทั้งนี้หาก ป.ป.ช.ยกคำร้องตนก็จะมายื่นคำร้องใหม่

