หน้าแรก ภูมิภาค ชาวแม่สายผวา ...

ชาวแม่สายผวา หวั่นน้ำท่วมหนักกว่าปี 67 หลังเมียนมา ทำกำแพงสูงกว่า 6 เมตร ขณะที่ฝั่งไทยต่ำ-ชำรุด

16.05.26 | 13:44 น.

ชาวแม่สายผวา หวั่นน้ำท่วมหนักกว่าปี 67 หลังเมียนมา ทำกำแพงสูงกว่า 6 เมตร ขณะที่ฝั่งไทยต่ำ-ชำรุด

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 69 เจ้าหน้าที่ทหารจากกองพลพัฒนาที่ 3 และหน่วยทหารช่างของกองทัพภาคที่ 3 นำกำลังพล เข้าทำการสำรวจแนวป้องกันตลิ่งแม่น้ำสาย กั้นระหว่างชายแดนไทย-เมียนมา พร้อมกับนำเครื่องจักรกล เช่น รถแบ็คโฮทั้งขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก และรถรถตักเกรดดิน เข้าทำการขุดตักแนวบิ๊กแบ๊คเดิมที่เคยทำไว้ ตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2567 เป็นต้นมา ที่ปัจจุบันหลายจุดผุกร่อนและเกิดการชำรุด จึงปรับสภาพแนวป้องกันตลิ่งใหม่ รื้อถอนบิ๊กแบ๊คที่เสื่อมสภาพออกเพื่อจะนำบิ๊กแบ็คใหม่เข้าไปติดตั้งแทน

ทั้งนี้เป็นมาตรการเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำที่อาจเกิดขึ้นได้ในปีนี้ ภายหลังกรมอุตินิยมวิทยาได้ประกาศเตือนว่าจะเกิดฝนตกหนักห้วงระหว่างวันที่ 15-18 พฤษภาคมนี้ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม หรือน้ำท่วมฉับพลันขึ้นได้ ทางเจ้าหน้าที่มีแผนที่จะดำเนินการซ่อมบิ๊กแบ๊ค พนังป้องกันน้ำท่วมแม่น้ำสาย ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 – 28 มิถุนายน 2569 จำนวน 45 วัน อยู่ในเขตเทศบาลแม่สายมิตรภาพ ระยะทางประมาณ 250 เมตร เทศบาลตำบลเวียงพางคำ ระยะประมาณ 365 เมตร และ เทศบาลแม่สายอีก 2 จุด คือบริเวณอาคารราชพัสดุหัวสะพาน-หอประชุมไม้ลุงขน ระยะทางประมาณ 273.5 เมตร และที่หอประชุมไม้ลุงขน-สุดเขต ทต.แม่สาย ระยะทางประมาณ 475 เมตร ระยะทางทั้งหมด ประมาณ 1,363.5 เมตร

อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ชาวบ้านในพื้นที่ อ.แม่สาย ยังคงมีความกังวลใจ โดยเฉพาะเรื่องพนังกั้นแม่น้ำของทางจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ที่นอกจากจะมีการก่อสร้างเป็นพนังปูนถาวรแล้ว ยังสูงถึง 6 เมตร ซึ่งสูงกว่าฝั่งไทยที่ยังสร้างเป็นแบบชั่วคราวกึ่งถาวร บางจุดใช้เพียงถุงบิ๊กแบ็ค เช่นเดียวกับนายเกียรติศักดิ์ เดชประภาพร อายุ 70 ปี ชาวบ้านป่าเหมือด แม้จะมีบ้านอยู่ตอนท้ายที่จะได้รับน้ำหากเกิดน้ำทะลักท่วม แต่ก็ไม่มั่นใจในสถานการณ์ต้องขับขี่รถจักยานยนต์มาดูสถานการณ์น้ำของแม่น้ำสายที่ต้นน้ำหัวฝายเป็นประจำทุกวัน

โดยนายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ตนรู้สึกหวั่นว่าแนวบิ๊กแบ็คที่ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยทำไว้ เพราะอยู่ในสภาพที่เก่า หากเจอกระแสน้ำแรงๆ และปริมาณน้ำที่มากเหมือน 2567 จะเอาไม่อยู่ เพราะทางเมียนมาสร้างกำแพงที่แข็งแรงและสูง ทำให้ทิศทางน้ำของแม่น้ำสายเปลี่ยน หากน้ำไหลแรงและเชี่ยวมวลน้ำก็ไหลเข้าสู่ฝั่งไทยแน่นอน ตอนนี้ยังรู้กังวลว่าจะเกิดน้ำท่วมหนัก จึงเตรียมพร้อมว่าหากฝนตกหนักน้ำมามากชาวบ้านก็พร้อมอพยพ

Advertisement

นายเกียรติศักดิ์ กล่าวถึงกรณีที่ทางภาครัฐมีแนวคิดที่จะย้ายประชาชนที่อยู่ริมน้ำสายออกจากพื้นที่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน ว่าจะย้ายจริงหรือไม่ ย้ายจะให้ไปอยู่ที่ไหนหรือมีการเยียวยาเช่นไร ทำให้ชาวบ้านหลายคนก็อยากย้ายหลายคนก็ยังไม่กล้าที่จะย้ายเพราะเกรงจะไม่มีที่อยู่ แต่หากมีมาตรการเยียวยาช่วยเหลือที่เป็นธรรมเชื่อว่าชาวบ้านส่วนใหญ่พร้อมที่จะย้ายเช่นกัน

เช่นเดียวกับทางด้านนายประเทือง ศรีทิง อายุ 70 ปี และนายวินัย คำพวง อายุ 59 ปี ชาวบ้านชุมชนเกาะทราย ซึ่งมีบ้านอาศัยอยู่ในที่ลุ่มและด่านหน้าที่จะรับมวลน้ำหากน้ำสายล้นข้ามสะพานมิตรไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 ที่ยังห่วงเรื่องแนวกำแพงของไทยที่เคยทำไว้ หากไม่ได้รับการซ่อมแซมเชื่อว่าคงไม่สามารถรับมวลน้ำได้ อาจทำให้น้ำทะลักหนักกว่า 2567 ซึ่งน้ำท่วมสูงถึง 2-3 เมตร ปีนี้ทางเมียนมามีการสร้างกำแพง เชื่อว่าหากฝนตกหนักน้ำจะทักเข้าชุมชนสายลมจอยที่อยู่หน้าสะพานแน่นอน เพราะน้ำไม่มีพื้นที่ระบายน้ำ จะทำให้น้ำท่วมสูง ส่วนพื้นที่ที่ตนอาศัย หากตามแผนของทางเจ้าหน้าที่ทหารที่จะนำหินมาเรียงกั้นน้ำบริเวณใต้สะพานข้ามลำน้ำสายก็จะทำให้น้ำเปลี่ยนทิศสามารถป้องกันน้ำทะลักเข้าพื้นที่ได้

นายประเทือง กล่าวถึงกรณีการย้ายประชาชนออกนอกพื้นที่ตอนนี้ภาครัฐยังเงียบ มีการประชุมหลายครั้งก็ยังไม่มีแผนการดำเนินการอะไรออกมา หากมีสถานที่หรือการเยียวยาที่เหมาะสมเชื่อว่าชาวบ้านทุกคนก็พร้อมจะย้ายออกจากพื้นที่ หากให้ย้ายแล้วไม่มีที่อยู่ที่ชัดเจน หรือไม่มีที่อยู่เป็นของตัวเองต้องไปเช่าเขาอยู่ชาวบ้านยคงไม่ยินยอม หากเป็นไปได้ก็อยากให้ภาครัฐพิจารณาการเยียวยาช่วยเหลือให้ชาวบ้าน สามารถไปจัดสรรหาซื้อที่อยู่ด้วยตัวเองก็จะเป็นการดี

ล่าสุดนอกจากจะมีการจัดทำแนวป้องกันน้ำสายทะลักท่วมใหม่ให้สูงและแข็งแรง ภายในพื้นที่ทางเทศบาลตำบลแม่สาย ยังได้นำเครื่องและกำลังคนเข้าดำเนินการขุดลอกท่อระบายน้ำตามชุมชนต่างๆ ทั้งชุมชนถ้ำผาจม สายลมจอย เกราะทรายและไม้ลุงขน เพื่อให้ร่องน้ำที่ตื้นเขินจากน้ำท่วมปี 2567 ให้มีกว้างและลึกขึ้น สามารถระบายน้ำได้อย่างคร่องตัว ทำให้ลดน้ำขังได้เร็วขึ้น พร้อมทั้งจัดกระสอบทายให้กับชาวบ้านเพื่อนำไปป้องกันครัวเรือน

นอกจากนี้ทางนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ยังได้ระดมกำลังคนและยุโธปกรณ์จากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่อำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วม 24 ชั่วโมง และจะมีการซ้อมแผนรับมือครั้งใหญ่ในพื้นี่ 20-22 พฤษภาคม 2569 ที่จะถึงนี้ด้วย