หน้าแรก ภูมิภาค พญาเสือ-พยัคฆ...

พญาเสือ-พยัคฆ์ไพร-ฉลามขาว ปูพรมจัดระเบียบแพเขื่อนศรีนครินทร์

1.06.17 | 20:36 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ 1 มิ.ย.60 ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ ศร.10 (องสิต) ต.นาสวน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) โดย นายยรรยง เลขาวิจิตร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ ผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (หน.ชุดพญาเสือ) เจ้าน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร (กรมป่าไม้) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว (กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง) นายชาติชาย ศรีแผ้ว หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 1 ภาคกลาง พ.ต.ท.รัชพล กิตติคุณชนก สว.กก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี ชุด ตร.ปทส.ภ.จว.กาญจนบุรี ร.ต.ท.สุวัฒน์ ห้วยหงษ์ทอง รอง สว.กก.5 บก.ปทส. รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอศรีสวัสดิ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ด่านแม่แฉลบ เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าจังหวัดกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่ชุด ศ.ปทส.ภาค 7 พร้อมกำลังกว่า 100 นาย เข้าร่วมวางแผนปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า และผืนป่าอนุรักษ์ ตามภารกิจ พญาเสือ 60 เพื่อดำเนินการตรวจสอบแพพักและรีสอร์ทที่อยู่ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ระหว่างวันที่ 1-2 มิ.ย.60 รวม 2 วัน ซึ่งเป็นปฏิบัติการต่อเนื่องจากการเข้าตรวจสอบพื้นที่ในเขตอุทยานฯ ไทรโยค – เอราวัณ – เขาแหลม


โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย 3 จุดบริเวณที่ 1 บ้านปลายนาสวน หมู่ 1 บริเวณที่ 2 บ้านเจาะเหลาะ หมู่ที่ 5 บริเวณที่ 3 บ้านน้ำพุ (น้ำเอ่อ) หมู่ที่ 2

เป้าหมายที่ 1 พบแพพักอาศัย จำนวน 13 หลัง และได้เข้าตรวจสอบแพพักรายหนึ่งซึ่งได้รับการร้องเรียนว่าเป็นแพประกอบกิจการแพพัก บริการ แพทัวร์ฟิชชิ่งคลับ พบ นายอนุชิต หาญราชา อายุ 24 ปี ที่อยู่ เลขที่ 64 หมู่ 5 ต.นาสวน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี และภรรยา นางพรทิพย์ ไพรเถื่อน โดยเบื้องต้นให้การว่า ได้ดำเนินการให้บริการแพพักจำนวน 1 หลัง และแพตกปลาจำนวน 2 หลัง โดยคิดค่าบริการ 1,500 บาทต่อคืน ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบว่าแพดังกล่าวประกอบกิจการและการอยู่อาศัยไม่ถูกสุขลักษณะ โดยมีการปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำโดยไม่มีการบำบัดและทิ้งสิ่งปฏิกูลในเขตอุทยานฯ จึงได้ทำการเปรียบเทียบปรับตาม ตามมาตรา16 มาตรา 18 และมาตรา28 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานฯ ระวางโทษเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 1,000 บาท

Advertisement

เป้าหมายที่ 2 ตรวจสอบพบแพของ น.ส. สุคนธ์ เนียมพันธุ์ เป็นคนดั้งเดิมท้องถิ่น ซึ่งกำลังก่อสร้างแพใหม่และได้ให้การว่า ได้ทำแพใหม่ขึ้นเพื่อทดแทนแพหลังเดิมที่ชำรุด ไม่มีเจตนาทำแพพักให้บริการแต่อย่างใด และยินดีปฏิบัติตามระเบียบของทางอุทยานฯ ทุกประการ ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ฯ ได้ตรวจพบว่า แพดังกล่าวพักอาศัยไม่ถูกสุขลักษณะฯ จึงได้ทำการเปรียบเทียบปรับตามระเบียบ

รายต่อมา ตรวจสอบพบแพของ น.ส.สะกาวเดือน ศรียงยศ คนดั้งเดิมท้องถิ่น ดำเนินการให้บริการแพพัก/บริการจำนวน 2 หลัง และแพพักอาศัย 1 หลัง โดยคิดค่าบริการแพพัก 4,500 บาทต่อคืน หรือคิดรายคน 200 บาทต่อคน คณะเจ้าหน้าที่ฯ ได้ตรวจพบว่าแพดังกล่าวประกอบกิจการและการอยู่อาศัยไม่ถูกสุขลักษณะฯ และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน จึงได้ทำการเปรียบเทียบปรับตามระเบียบ

รายต่อมา แพชมไพร ของ นายนิวัฒน์ แสงฉาย อายุ 52 ปี ซึ่งมีตำแหน่งเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลนาสวน (ส.อบต.นาสวน) โดยให้การเบื้องต้นว่า เป็นคนจังหวัดสุพรรณบุรีและได้ย้ายมาอยู่อาศัยที่นี่กว่า 20 ปี ได้สร้างแพลากจูงแพบริการพร้อมติดตั้งเครื่องยนต์หลังนี้มา ราว 1 ปี และได้ชำระภาษีรายปีให้ อบต.นาสวน เป็นเงิน 300 บาทต่อปี ซึ่งแพท่องเที่ยวทุกหลังในเขื่อนนี้ต้องชำระภาษีรายปีให้ อบต.นาสวน เป็นเงิน 300 – 600 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของแพ ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบว่า แพดังกล่าวได้เข้าไปหาประโยชน์ในเขตอุทยานฯ โดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งมีความผิดตาม ม.16 ม.17 ม.28 พ.ร.บ. อุทยานฯ จึงได้เปรียบเทียบปรับไม่เกิน 500 บาท

อีกรายตรวจยึดแพ นายพิพัฒน์ ตรีพงศ์พันธ์ ซึ่งเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลบางชัน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พบ นางรำพึง โมขกุล เป็นผู้ดูแล และได้ให้การเบื้องต้นว่า นายพิพัฒน์ ตรีพงศ์พันธ์ ได้ต่อแพขึ้นมาใหม่ในเขตอุทยานฯ โดยไม่มีการขออนุญาต แพดังกล่าวเป็นแพพักขนาดใหญ่ขนาด 286.98 ตารางเมตร โครงสร้างเป็นเหล็ก มีสองชั้น หลังคาเมทัลชีท ไม้พื้นทำจากไม้สักและมีบางส่วนเป็นไม้เรือนเก่า เช่น ไม้ประดู่ ไม้แดง ฯลฯ ซึ่งผู้ดูแลได้นำหนังสือกำกับไม้แปรรูปจำนวน 7 ใบมาแสดงต่อคณะเจ้าหน้าที่เป็นไม้แปรรูป 1,099 แผ่น ปริมาตร 5.47 ลูกบาศก์เมตร จึงได้ทำการตรวจยึดดำเนินคดีแพดังกล่าว ส่วนไม้ที่นำมาก่อสร้างแพ จะทำการตรวจสอบที่มาว่าถูกต้องหรือไม่อย่างไรต่อไป

เป้าหมายที่ 3 บริเวณน้ำเอ่อ หมู่ 2 บ้านน้ำพุ ตำบลเขาโจด ในการตรวจสอบพบว่า แพของนายทุนรายใหญ่ คือ แพทับมงคล และ แพชัยมารีน ได้เคลื่อนย้ายหลบหนีการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ไปอยู่ในพื้นที่ ต.ท่ากระดาน ซึ่งหากแพดังกล่าวนำกลับเข้ามาในพื้นที่อุทยานฯ อีก ทางเจ้าหน้าที่จะทำการจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับการตรวจสอบแพครั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดระเบียบแพพักให้มีความเหมาะสมภายใต้ พ.ร.บ.อุทยานฯ ต่อไป