เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เปิดเผยว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคภาคครัวเรือนใน 14 จังหวัดภาคใต้ 420 ตัวอย่าง ในเดือน พ.ค. พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมปรับตัวลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน เม.ย มาจากความกังวลของผู้บริโภคต่อค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดภาคเรียนของนักเรียน และเหตุการณ์ระเบิดใน 3 จังหวัดชายแดนใต้
ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมีการปรับตัวลดลง ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รายได้จากการทำงาน รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า รายจ่ายที่เกี่ยวกับด้านอสังหาริมทรัพย์ และรายจ่ายด้านการท่องเที่ยว มาจากความกังวลจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เหตุลอบวางระเบิด ห้างบิ๊กซี ปัตตานี ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจและการลงทุน
“รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องมาจากการจับจ่ายใช้สอยสินค้าของนักเรียนในช่วงเปิดภาคการศึกษา แต่เป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงสั้น”
ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่า ผลคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าร้อยละ 24.80 ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และร้อยละ 32.80 รายได้จากการทำงานจะเพิ่มขึ้น ส่วนความเชื่อมั่นต่อรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นในครัวเรือนร้อยละ 30.20 และรายจ่ายด้านการท่องเที่ยวร้อยละ 25.60 จะเพิ่มขึ้น
“ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันมากที่สุด คือ ค่าครองชีพคิดเป็นร้อยละ 28.60 รองลงมาร้อยละ 25.80 คือ ราคาสินค้า ปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลควรให้ความช่วยเหลือเป็นอันดับแรก คือ ค่าครองชีพและหนี้สินครัวเรือน”

