หน้าแรก ภูมิภาค ส.ป.ก.มุกดาหา...

ส.ป.ก.มุกดาหาร ฟันเพิกถอนสิทธิ ที่ดิน 27 ไร่ ติดแหล่งท่องเที่ยวดัง ปมปล่อยนายทุนใช้ประโยชน์

19.05.26 | 14:56 น.

ส.ป.ก.มุกดาหาร ฟันเพิกถอนสิทธิที่ดิน 27 ไร่ ติดแหล่งท่องเที่ยวดัง ปมปล่อยนายทุนใช้ประโยชน์

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ร.ต.ต.สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร เปิดเผยว่า กรณีที่ทางชมรมรักษ์มุกดาหารได้ยื่นหนังสือร้องเรียนให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมุกดาหาร (ส.ป.ก.มุกดาหาร) ตรวจสอบการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) แปลงเลขที่ 4 กลุ่มที่ 546 เนื้อที่ประมาณ 27 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 5 ต.คำอาฮวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร หลังมีข้อร้องเรียนว่าอาจมีการปล่อยให้นายทุนหรือนักการเมืองเข้ามาใช้ประโยชน์นั้น

ล่าสุด ส.ป.ก.มุกดาหาร ได้มีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ระบุว่า คณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติการใช้ประโยชน์ในที่ดินของผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองโดยมิชอบ ได้มีมติสงสัยว่าผู้ได้รับสิทธิในที่ดินแปลงดังกล่าว ฝ่าฝืนระเบียบการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. เนื่องจากไม่ได้ทำประโยชน์ในที่ดินด้วยตนเอง และปล่อยให้บุคคลอื่นเข้าทำประโยชน์แทน

จากการรวบรวมพยานหลักฐาน ส.ป.ก.มุกดาหาร เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อ 7 (1) ของระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่าด้วยการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน จึงมีคำสั่งลับ ที่ 4/2569 ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ให้ผู้ได้รับสิทธิเดิมสิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

พร้อมระบุว่า ไม่ปรากฏว่ามีการอุทธรณ์คำสั่งภายในกำหนด 30 วัน ส่งผลให้คำสั่งดังกล่าวมีผลสมบูรณ์ และจากนี้ ส.ป.ก.มุกดาหาร จะดำเนินการคัดเลือกจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรรายใหม่ตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

ร.ต.ต.สุเทียน กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดจากการร้องเรียนของ ชาวบ้านในพื้นที่ที่ตั้งข้อสงสัยว่ามีการนำที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งกฎหมายมีไว้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากไร้ ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และอาจมีการเปลี่ยนมือไปอยู่ในความครอบครองของกลุ่มผู้มีอิทธิพล

“นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเกษตรกรผิดเงื่อนไข แต่คือคำถามใหญ่ว่า ใครคือผู้ได้ประโยชน์ตัวจริง ใครอยู่เบื้องหลังการใช้ที่ดิน ส.ป.ก. เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจหรือการเมือง” ร.ต.ต.สุเทียน กล่าว

ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร ยังประกาศเดินหน้าตรวจสอบต่อเนื่อง โดยระบุว่า หากพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงกลุ่มนายทุน นักการเมือง หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยปละละเลย หรือเอื้อประโยชน์โดยมิชอบ จะดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุด