เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน จากกรณีที่นายสุริยะพงษ์ ชุ่มใจ ชาวพะเยา ใน ต.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา นำใบสั่งของศูนย์ควบคุมความเร็วและอำนวยการจราจรตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท เข้าร้องสื่อมวลชนในพื้นที่ ว่าศูนย์ควบคุมความเร็วและอำนวยการจราจรตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท ได้ออกใบสั่ง ลงวันที่ 16 พ.ค. ข้อหา “ขับรถในอัตราความเร็วเกินกฎหมายกำหนด” ซึ่งตามใบสั่งแจ้งไว้ว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา บริเวณหลัก กม.131 ต.เสือโฮก อ.เมือง จ.ชัยนาท ซึ่งรถดังกล่าวที่โดนจับความเร็วนั้นเป็นรถยี่ห้อนิสสัน รุ่นเอ็กซ์เทล สีขาว ทะเบียน กจ774 ลำพูน แต่รถของตนเองเป็นรถนิสสัน อัลเมร่า สีขาว ทะเบียน กจ 774 พะเยา และในวันดังกล่าวตนก็ไม่ได้ไป จ.ชัยนาท แต่อย่างใด จึงแปลกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มาก พร้อมอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท เร่งแก้ไขโดยด่วน
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังศูนย์ควบคุมสั่งการจราจรสถานีตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท เพื่อสอบถามเรื่องราวดังกล่าว พบว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น เป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากในแต่ละวันนั้น ทางศูนย์จะต้องเร่งบันทึกข้อมูล เพื่อทำการส่งใบสั่งไปยังที่อยู่ของผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรในข้อหาขับรถในอัตราความเร็วเกินกว่ากำหนด ทำให้ในบางครั้งจึงอาจมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แต่เปอร์เซ็นต์ของการเกิดเรื่องราวแบบนี้นั้น จะเกิดขึ้นน้อยครั้งมาก
ด้าน พ.ต.อ.อนุสรณ์ กัณวเศรษฐ รอง ผบก.ภ.จว.ชัยนาท ผู้รับผิดชอบงานจราจรจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า ในกรณีของการส่งใบสั่งผิด ที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้นั้น เป็นความผิดพลาดของทางศูนย์ เนื่องจากเวลาเจ้าหน้าที่ทำการคีย์ข้อมูลทุกครั้ง รูปภาพที่เห็นจะเห็นแค่ทะเบียน รุ่น และสีรถ ไม่มีรุ่นของรถบอก ในกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่เห็นว่า หมวดอักษรและเลขทะเบียนตรงกัน ทั้งนี้ ยี่ห้อและสีรถก็ตรงกันอีก ทำให้เจ้าหน้าที่เห็นแล้วก็บันทึกข้อมูลทันที จนเกิดการผิดพลาดขึ้น เจ้าหน้าที่จึงรีบโทรศัพท์ติดต่อไปยังนายสุริยะพงษ์ ชุ่มใจ ทันทีที่ทราบข่าว เพื่อขออภัยในการดำเนินงานผิดพลาด และทำการยกเลิกใบสั่งดังกล่าว พร้อมทำใบสั่งฉบับใหม่ เพื่อส่งไปยังเจ้าของรถที่แท้จริงต่อไป

