เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ชาวบ้านหัวทุ่งสามัคคีพัฒนา หมู่ 9 ต.แม่สัน อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง กว่า 200 คน มารวมตัวกันที่หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สัน อ.ห้างฉัตร เพื่อติดตามการหารือถึงข้อสรุปกรณีมีผู้ทำโรงเลี้ยงสุกรเกือบ 100 ตัว ใกล้กับวัดรักเพลงหัวทุ่งสามัคคีพัฒนา หมู่ 9 ต.แม่สัน อ.ห้างฉัตร มานานกว่า 1 ปี ส่งผลกระทบด้านกลิ่นต่อชาวบ้านกว่า 150 หลังคาเรือน ในหลายหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่โรงเลี้ยงสุกรดังกล่าว ซึ่งเป็นโรงเลี้ยงที่ส่งขายสุกรให้กับบริษัทชื่อดัง
โดยชาวบ้านหัวทุ่งสามัคคีพัฒนาถือว่าได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด เนื่องจากโรงเลี้ยงสุกรอยู่ใกล้หมู่บ้าน จึงทำให้กลิ่นเหม็นทั้งจากโรงเลี้ยง และกลิ่นเหม็นจากมูลสุกรลอยคละคลุ้งเหม็นไปทั่วหมู่บ้าน โดยเฉพาะวัดที่ตั้งอยู่ใกล้แค่ 40 เมตร จึงทำให้เหม็นกลิ่นอย่างมาก ทางเจ้าอาวาสวัดรักเพลงหัวทุ่งสามัคคีพัฒนา ที่ทนต่อกลิ่นไม่ไหวถึงขั้นต้องออกไปอยู่ที่วัดอื่น ซึ่งที่ผ่านมาทางคณะกรรมการหมู่บ้าน และชาวบ้านจะบอกกล่าวให้เจ้าของโรงเลี้ยง ซึ่งเป็นคนอีกหมู่บ้านทำการแก้ไขปัญหา แต่ก็ยังคงมีกลิ่นเหม็นอยู่เช่นเดิม ทำให้ชาวบ้านได้ไปร้องเรียนกับทางจังหวัดลำปาง เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบ และช่วยเหลือ
นางศุกลรัตน์ จันทร์มณี หัวหน้ากลุ่มงานอำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปางพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสาธารณสุข และปศุสัตว์อำเภอห้างฉัตร เจ้าหน้าที่ทหารชุดมวลชนสัมพันธ์ ประจำ อ.ห้างฉัตร จากมณฑลทหารบกที่ 32 ลำปาง และ อบต.แม่สัน ได้เข้ามาตรวจสอบชุดใหญ่ ทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างพากันมารวมตัวที่วัด เพื่อติดตามและร้องเรียนถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน ซึ่งเมื่อตรวจสอบพบว่าเจ้าของโรงเลี้ยงได้แก้ไขเบื้องต้นไปแล้วบางส่วน ทั้งการย้ายให้ห่างจากเขตแนววัดมา 100 เมตร และมีการทำระบบดักกลิ่น ส่วนระบบบำบัดน้ำเสียจากโรงเลี้ยงนั้นยังไม่มี โดยยังพบว่ามีการตั้งโรงเลี้ยงติดริมลำห้วยแม่ต่ำด้วย ซึ่งชาวบ้านเกรงว่าจะกระทบต่อระบบน้ำทางธรรมชาติด้วย
จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด พร้อมคณะก็ได้มาพบกับกลุ่มชาวบ้านที่มารวมตัวกัน เพื่อชี้แจงเบื้องต้น โดยที่ชาวบ้านยืนกรานว่าจะไม่ขอให้โรงงานเลี้ยงสุกรตั้งอยู่อีก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องขอไปหารือกันก่อนที่ อบต.แม่สัน โดยให้ชาวบ้านอยู่ที่วัด เพื่อรอฟังคำตอบ และให้ทางผู้นำชุมชน และตัวแทนไปร่วมหารือกัน แต่ทว่าชาวบ้านที่รอนานจึงทนไม่ไหวก็ได้รวมตัวกันขึ้นรถ และเคลื่อนไปยังหน้า อบต.แม่สัน เพื่อนั่งรอคำตอบว่า จะดำเนินการต่อปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร
ซึ่งในที่ประชุมทาง นางศุกลรัตน์ได้สรุปว่า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ก็ให้มีการเลี้ยงจนขายสุกรทั้งหมด จำนวน 69 ตัว ไปให้หมดก่อนภายในระยะเวลา 5 เดือน จากนั้นให้ทางเจ้าของเลี้ยงสุกรหยุดดำเนินการไปก่อน หากจะทำต่อก็ให้มีการยื่นเรื่องตามระเบียบมายัง อบต.แม่สัน อีกครั้ง เพื่อขออนุญาตให้ถูกต้อง เนื่องจากที่ผ่านมาโรงเลี้ยงแห่งนี้ก็ยังไม่มีการดำเนินงานตามระเบียบที่ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของทางราชการ ซึ่งหากมีการขออนุญาตต่อมาจะมีการทำประชาคมหมู่บ้าน นอกจากนี้ ในช่วงที่รอการจำหน่ายสุกรทั้งหมดให้ผู้เลี้ยงทำความสะอาดให้ถูกสุขลักษณะ และให้บำบัดน้ำเสียให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้ส่งกลิ่นเหม็น ดังนั้น แนวทางดังกล่าวน่าจะเป็นทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้น จึงให้ทุกฝ่ายในการร่วมประชุมหารือในครั้งนี้ร่วมลงนามในข้อตกลงดังกล่าวไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

