หน้าแรก ภูมิภาค เร่งหารือซ่อม...

เร่งหารือซ่อมทางเข้า-ออกหมู่บ้าน หลังน้ำป่าห้วยขาแข้งพัดสะพานขาด ก่อนรองบซ่อมภายหลัง

2.06.17 | 15:11 น.

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายไกรศร วันละ นายก อบต.ระบำ ร่วมกับพนักงาน เจ้าหน้าที่ นายช่าง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันลงพื้นที่ประชุมหารือในการดำเนินการซ่อมแซม ถนนข้ามลำห้วยคีรีวงศ์ ที่หมู่ 15 บ้านคีรีวงศ์ ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี หลังถูกน้ำป่าห้วยขาแข้งพัดถนนเข้าออกหมูบ้านพังขาดได้รับความเสียหายจนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งทางอำเภอลานสัก เจ้าหน้าที่ทหาร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างของการเร่งดำเนินการให้การช่วยเหลือชาวบ้านให้สามารถกลับมาใช้เส้นทางได้ดังเดิม


โดยถนนดังกล่าวนั้นเป็นถนนที่ทำขึ้นมาชั่วคราว หลังจากเมื่อช่วงเดือนตุลาคม ปี 2559 ที่ผ่านมา เกิดน้ำป่าซัดสะพานคอนกรีตขนาดใหญ่ซึ่งใช้เป็นทางหลักเข้าออกหมู่บ้านดังกล่าวจนตอม่อทรุดตัว ทำให้สะพานหักเป็นสองท่อน ซึ่งขณะนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการดำเนินการ จึงทำให้ปัจจุบัน เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางชั่วคราวต่างต่างถูกน้ำป่าพัดจนพังขาดเสียหายไปทั้งหมด โดยต้องใช้เส้นทางอ้อมเข้าหมู่บ้าน รวมกว่า 11 กิโลเมตร

ซึ่งสภาพความเสียหายนั้นพบว่า ถนนดังกล่าวนั้น ถูกน้ำป่าพัดขาดเป็นวงกว้างประมาณ 8 เมตร ส่วนท่อระบายน้ำคอนกรีตนั้นถูกน้ำพัดพาได้รับความเสียหาย มีประชาชนเดือดร้อน 500 ราย โดยรวมจากทั้ง 3 หมู่บ้านที่ร่วมใช้เส้นทางสัญจรด้วย
นายไกรศรกล่าวว่า ในวันนี้ได้ดำเนินการประชุมหารือในการดำเนินการช่วยเหลือประชาชนหมู่ 15 หลังจากที่เกิดเหตุสะพานเข้าออกหมู่บ้านถูกน้ำป่าจากห้วยขาแข้งพัดพังขาดจนไม่สามารถเข้าออกหมู่บ้านได้ และต้องใช้เส้นทางอ้อมเข้าหมู่บ้านในระยะทางกว่า 11 กิโลเมตร ซึ่งเบื้องต้นได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายพร้อมกับตั้งป้ายแจ้งเตือนห้ามผ่าน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ทราบ เพื่อป้องกันอันตราย จนกว่าจะดำเนินการซ่อมแซมทางเบี่ยงเข้าหมู่บ้านที่พังขาดได้แล้วเสร็จ โดยในช่วงที่อยู่ในหว่างการดำเนินการแก้ไขอยู่นี้ ทาง อบต.ระบำ ได้ทำการขอความอนุเคราะห์จากประชาชนในพื้นที่ในการขอใช้เส้นทางผ่านการสัญจรในหมู่บ้านซึ่งเป็นเส้นทางส่วนบุคคล ในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านได้สัญจรเข้าออกหมู่บ้านได้รวดเร็วที่สุดในระยะหนึ่งก่อน เพราะหากใช้เส้นทางหลักอีกหนึ่งเส้นทางที่สามารถเชื่อมการเข้าออกหมู่บ้านนั้นมีระยะทางที่อ้อมไปไกลกว่า 11 กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้ได้ทำการส่งเรื่องไปที่คณะกรรมการ ชปอ. โดยมีนายอำเภอเป็นประธานขออนุมัติงบประมาณจากทางผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เข้ามาให้การช่วยเหลือต่อไป