เอกชนภูเก็ต หนุน เลิกฟรีวีซ่า ยอมรับนักท่องเที่ยวอาจลดลง แต่ช่วยสกัดแฝงทำงานผิดกม. ธุรกิจนอมินี
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม ประธานมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน กล่าวว่า “จากมติคณะรัฐมนตรีที่มีการยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน สำหรับ 93 ประเทศ และกลับไปใช้เกณฑ์รายประเทศ(ส่วนใหญ่อยู่ราว 30 วัน) การที่ครม.มีมติดังกล่าว เป็นการที่มีกระบวนการอยู่สักระยะหนึ่งแล้ว โดยมีการสอบถามความเห็นมากับผู้ประกอบการอยู่เป็นระยะ
เพราะฉะนั้น สิ่งที่ออกมาก็เป็นไปตามที่ทางรัฐบาลเคยสอบถามมา และได้ให้ความเห็นไป เพราะภาคการท่องเที่ยว คิดว่าการท่องเที่ยว ควรเป็นไปตามที่ท่านรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแถลงข่าวฯ ซึ่งมีตัวเลขค่าเฉลี่ยการท่องเที่ยวอยู่
ในระยะเวลาพำนักปัจจุบัน 30 วัน เป็นเรื่องที่เหมาะสมอยู่แล้ว ส่วนถ้าใครจะมาทำเป็นนักลงทุน นักธุรกิจก็ไปยื่นขอตามช่องทางวีซ่าต่างๆ ที่รัฐบาลเปิดโอกาสอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่มีการสื่อสารกันมาโดยตลอด ในการให้ความเห็นของภาคท่องเที่ยว ที่ให้ความเห็นไปหลายอย่างที่สอดคล้องกับมติ ครม.ที่ออกมา
มาตรการยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน ไม่กระทบท่องเที่ยวประเทศไทย แต่มีบางประเทศ ซึ่งถ้าเข้าภูเก็ตอาจจะเยอะ ในอดีต แล้วไม่ต้องทำวีซ่า และบางประเทศ ในอดีตต้องทำ Visa on Arrival
ยกตัวอย่างเช่น ประเทศอินเดีย ในอดีตต้องทำ Visa on Arrival และมีการยกเลิกไป ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงว่าจะมีกระบวนการพิจารณาเรื่องอินเดีย เป็นการเฉพาะ ตัวเลขอินเดียแม้ว่าจะลดลง แต่ยังมีการเดินทางเข้าค่อนข้างเยอะเหมือนกัน
และบางประเทศ เช่น คาซัคสถาน เข้าภูเก็ตค่อนข้างเยอะในอดีต ก็ต้องกลับไปทำวีซ่าปกติ ซึ่งเรื่องนี้อยู่ที่ฝ่ายนโยบาย ว่าต้องอยู่บริบทประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่โดยรวมไม่น่ากระทบกับการท่องเที่ยว
เมื่อภาครัฐ ประกาศมาตรการยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน ภาพรวมตัวเลขนักท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ลดลงแน่นอน อาทิ ตัวเลขนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ลดลงไปเยอะ ส่วนออสเตรเลีย ยังดูปกติ เพราะยังมีระยะเวลา ที่มีการจองล่วงหน้านาน
ดังนั้น คนที่จองล่วงหน้าเข้ามายังมีการเดินทางปกติ เพียงแต่ตลาดระยะใกล้ดูลดลง ตลาดอินเดีย ลดลงนิดหน่อย แต่ตะวันออกกลาง ลดลงเยอะ ภาพรวมทำให้ท่องเที่ยวภูเก็ตจะดูซึมลงนิดนึงจากปีที่แล้ว ตัวเลขลดลงไประดับหนึ่ง”
ทางด้านภาคเอกชน ผู้ประกอบการรายย่อยในจังหวัดภูเก็ต แสดงความคิดเห็นต่อมาตรการ ยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน มีมุมมองที่หลากหลาย โดยส่วนใหญ่ เห็นด้วยในการปรับเปลี่ยนนโยบายดังกล่าว ที่ต้องการให้คัดกรองนักท่องเที่ยวคุณภาพ ที่มีกำลังซื้อสูง แทนปริมาณนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพำนักระยะยาว แต่ใช้จ่ายน้อย และลดการแอบแฝงเข้ามาทำงานผิดกฎหมายและธุรกิจนอมินีข้ามชาติ ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการท้องถิ่น รวมทั้งลดปัญหาการใช้ประเทศไทย เป็นแหล่งกบดานของกลุ่มอาชญากร

