หน้าแรก ภูมิภาค โดนอีกราย! ผู...

โดนอีกราย! ผู้ว่าฯตรังโร่แจ้งความถูกปลอมเฟซบุ๊ก หวั่นใช้ในทางเสียหาย

2.06.17 | 15:40 น.

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายชัยพร พัฒนรักษ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดตรัง พร้อม น.ส.อุรารัตน์ ยุทธไชย นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ นายทวีศักดิ์ สุทธินนท์ นิติกรชำนาญการ สำนักงานจังหวัดตรัง เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อ พ.ต.อ.เอกณรงค์ สวัสดิการนนท์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง ให้ดำเนินคดีกับผู้แอบอ้างทำเฟซบุ๊ก นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ขึ้นโดยเฟซบุ๊กดังกล่าวระบุว่ามีการสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน แต่มีบุคคลที่สมัครเป็นเพื่อนโพสต์สนทนาเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา


นายพรชัย พัฒนรักษ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดตรัง กล่าวว่า ได้รับมอบอำนาจจากนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ให้มาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดที่มีการลักลอบทำเฟซบุ๊กของท่านผู้ว่าฯขึ้นมา โดยผู้ว่าฯไลน์ให้ทราบว่ามีการทำเฟซบุ๊กปลอม ตอนแรกคิดว่าไม่มีอะไร แต่ภายหลังเอะใจว่าน่าจะเป็นเรื่องไม่ดี จึงมอบอำนาจให้ทางนิติกรของสำนักงานจังหวัดตรัง มาแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งทาง พ.ต.อ.เอกณรงค์ สวัสดิกานนท์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง รับเรื่องไว้เพื่อมอบหมายให้พนักงานสืบสวนดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

“ได้มีการแจ้งความไว้เป็นหลักฐานอย่างเรียบร้อย เท่าที่ตรวจดู เป็นเฟซบุ๊กที่ปลอมขึ้นมาแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว ผู้ว่าฯไม่ได้มีการใช้เฟสบุ๊กแต่อย่างใด จะใช้ไลน์ในการสั่งงานเท่านั้น เมื่อเห็นเฟสบุ๊กแสดงขึ้นมาแสดงให้เห็นว่าปลอม ซึ่งต่อไปอาจจะมีการนำไปใช้ประโยชน์ในทางที่เสียหายได้ จึงมาแจ้งความไว้ คิดว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวเนื่องจากผู้ว่าฯมีปฎิสัมพันธ์กับทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประชาชน จึงอาจมีคนนำเฟสบุ๊กดังกล่าวไปหาประโยชน์ก็เป็นได้ ซึ่งขณะนี้มีคนเข้าไปเป็นสมาชิกทักทายกัน ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรยังไม่รู้ แต่ต้องมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานก่อน” นายชัยพรกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.เอกณรงค์กล่าวว่า เบื้องตนทางผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้มอบอำนาจให้ตัวแทนมาแจ้งความ ซึ่งข้อเท็จจริงจาการสอบสวนในเบื้องต้นพบว่า มีบุคคลแอบอ้างตัวเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ทำเฟสบุ๊กขึ้นมา แต่ยังไม่มีข้อความหรือสิ่งใดที่ทำให้เสียหาย โดยท่านผู้ว่าฯยืนยันว่า ไม่ได้ใช้เฟซบุ๊กจึงมีการทำปลอมขึ้นมาแน่ จึงแจ้งความเพื่อต้องการให้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่าอย่าหลงเชื่อ ด้วยเหตุผลที่ว่าผู้ว่าฯเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ การแอบอ้างหรือโพสต์ข้อความอะไรลงไปจะเกิดความเสียหายถ้าไม่เป็นเรื่องจริง

Advertisement

“เมื่อมีการปลอมแปลง ผู้ได้รับมอบอำนาจมาแจ้งความ ทางตำรวจก็ต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนว่า ผู้ที่ทำเฟซบุ๊กปลอมเป็นใคร ตามกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ก็กำหนดความผิดเอาไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจจะต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนก่อน ว่ามีที่มาอย่างไร ในประเทศหรือต่างประเทศ ต้องดูในรายละเอียดต่อไป อยากจะแนะนำว่าการอยู่ในโลกสังคมออนไลน์ การรับฟังข้อมูลข่าวสารต้องใช้วิจารณญาณเป็นหลัก ซึ่งในพื้นที่ของ สภ.เมือง ปัญหาสังคมออนไลน์จะเป็นเรื่องของการขายสินค้ากันมากกว่า ที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง แนวทางการสืบสวนสอบสวนต้องดูว่าผู้ที่แอบอ้างอยู่ใกล้หรือไกลขนาดไหน ซึ่งมีวิธีการตรวจสอบทางเทคนิคอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ความผิดเกิดแล้วและเป็นความผิดทางอาญา ผู้กระทำต้องรับผิด” พ.ต.อ.เอกณรงค์กล่าว

คอมเม้นท์