หน้าแรก ภูมิภาค กรรมการสมาคม ...

กรรมการสมาคม เบี้ยวนัดถกสางปัญหาหนี้ฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม 1,400 ล้าน อ้างคดียังไม่สิ้นสุด

22.05.26 | 15:05 น.
ฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม

กรรมการสมาคม-กองทุน เบี้ยวนัดถกสางปัญหาหนี้ฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม 1,400 ล้าน อ้างคดียังไม่สิ้นสุด อยู่ระหว่างขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์คำสั่งศาล

 


เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ ห้องประชุมเทศบาลตำบลวาปีปทุม ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม และกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม พร้อมด้วยทนายความผู้ร้องคัดค้านที่ 2 ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุมและกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม เข้าร่วมสังเกตการณ์ภายในห้องประชุม หลังจากที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม มีคำสั่งแต่งตั้ง ร.ต.ต.สุรศิษฏ์ เหลืองอรัญนภา เป็นผู้ชำระบัญชีของสมาคมและกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม

นายทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม และกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม ได้รับจดทะเบียนให้เป็นผู้ชำระบัญชีเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา และในวันนี้ทางผู้ชำระบัญชีได้นัดพบกรรมการของทั้งสมาคม และกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม เพื่อปรึกษาหารือและกำหนดรายละเอียดในการรับ-ส่งทรัพย์สินพร้อมด้วยเอกสารของสมาคมและกองทุนฯ ในเวลา 10.00 น.

Advertisement

นายสิริ เอกโชติ ผู้ร้องคัดค้านที่ 2 ในฐานะทนายความของสมาชิกสมาคมและกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม กล่าวว่า ภายหลังจากที่ได้มีการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีของสมาคมและกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม ถือเป็น กระดุมเม็ดแรก ของการเริ่มต้นกระบวนการชำระสะสางปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากสมาคมและกองทุน ถูกนายทะเบียนเทศบาลตำบลวาปีปทุม มีคำสั่งให้เลิกกิจการ และมีหนังสือกำชับให้ดำเนินการจัดประชุมใหญ่เพื่อแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีตามกฎหมาย แต่ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 จนถึงปี 2568 แต่กลับไม่มีการดำเนินการใด ๆ เกิดขึ้น

เมื่อสมาคมและกองทุนยังคงเพิกเฉย เทศบาลตำบลวาปีปทุมในฐานะนายทะเบียน จึงได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม เพื่อให้อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางคดี ให้เป็นทนายผู้ร้องของเทศบาลฯ เป็นผู้ยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี

ระหว่างกระบวนการดังกล่าว ฝ่ายสมาคมและกองทุนฯได้ยื่นคำคัดค้านในฐานะ “ผู้คัดค้านที่หนึ่ง” โดยเสนอชื่อบุคคลเป็นผู้ชำระบัญชี

ขณะที่กลุ่มสมาชิกผู้เสียหายรวมตัวกันยื่นคำคัดค้านในฐานะ “ผู้คัดค้านที่สอง” พร้อมเสนอชื่อ ร้อยตำรวจตรีสุรศิษฏ์ เหลืองอรัณนภา เป็นผู้ชำระบัญชี

โดย ร้อยตำรวจตรีสุรศิษฏ์ เสนอค่าดำเนินการ สมาคมละ 600,000 บาท ขณะที่ฝ่ายผู้คัดค้านที่หนึ่งเสนอ 950,000 บาทต่อสมาคม ซึ่งมีส่วนต่างประมาณ 350,000 บาทต่อสมาคมและกองทุน

โดยศาลพิจารณามีคำวินิจฉัยว่า สมาคมและกองทุนมีพฤติการณ์ปล่อยปละละเลย เพิกเฉย ไม่ใส่ใจ ที่จะสรรหาผู้ชำระบัญชี ไม่ขวนขวาย จัดหาผู้ชำระบัญชี อีกทั้งเมื่อพิจารณาคุณสมบัติของร้อยตำรวจตรีสุรสิทธิ์แล้ว เห็นว่าเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสม ไม่เป็นบุคคลต้องห้าม ไม่ล้มละลาย และไม่มีประวัติเสียหาย จึงมีคำสั่งแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ดังกล่าว

ภายหลังศาลมีคำสั่ง นายทะเบียนได้จดแจ้งแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ และร้อยตำรวจตรีสุรศิษฏ์ ได้รับคำสั่ง และได้มาแสดงตัวต่อนายทะเบียนเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนจะเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการสมาคมและกองทุนในวันนี้ เพื่อกำหนดกรอบแนวทางการชำระบัญชี

ซึ่งในการเสนอชื่อผู้ชำระบัญชีครั้งนี้ ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว แต่ยังมองถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ เพราะจากข้อมูลของนายทะเบียน ปัจจุบันมีสินทรัพย์และเงินสดในบัญชีของสมาคมและกองทุนรวมกันประมาณ 22 ล้านบาท หากหักค่าดำเนินการออกไปแล้ว เงินที่เหลือจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการเยียวยาผู้เสียหาย

สำหรับคดีนี้มีผู้เสียหายมากกว่า 4,800 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 1,400 ล้านบาท เงินทุกบาทมีความหมาย แม้สุดท้ายอาจเฉลี่ยได้คนละไม่มาก แต่ถือเป็นความหวังของประชาชนจำนวนมาก เราจึงเห็นว่าการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีที่มีค่าดำเนินการเหมาะสม และได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เป็นทางออกที่ดีที่สุด

ด้าน ร.ต.ต.สุรศิษฏ์ เหลืองอรัญนภา ผู้ชำระบัญชี กล่าวว่า ตนเป็นผู้ชำระบัญชีที่ศาลแต่งตั้ง ซึ่งหน้าที่ของผู้ชำระบัญชีก็คือชำระสะสางกิจการ ซึ่งได้ทำประกาศทางหนังสือพิมพ์ไปแล้วให้เลิกสมาคมและกองทุนฯ ให้เจ้าหนี้ยื่นคำทวงหนี้ต่อผู้ชำระบัญชี ก่อนหน้านั้นได้ไปติดประกาศที่หน้าที่ทำการสมาคมและกองทุนฯ แล้ว

ซึ่งวันนี้ได้มีหนังสือนัดประธานสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม และนายกกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุมเพื่อคุยกันในรายละเอียดซึ่งมีหน้าที่ยื่นเอกสารหรืองบการเงินหรืออื่นๆให้กับผู้ชำระบัญชี

อันดับแรกที่จะพูดคุยคือรายชื่อผู้ที่มีสิทธิจะได้รับชำระหนี้เพื่อที่จะได้ออกจดหมายถึงเจ้าหนี้ทุกคน ซึ่งต้องดูในรายละเอียดอีกว่า จริง ๆ แล้ว มีเจ้าหนี้รวมทั้งสิ้นกี่ราย มีหนี้จากอะไรบ้าง มีการค้างชำระหรือไม่ มีภาษีที่จะต้องเสียหรือไม่ โดยขอให้เจ้าหนี้มาแสดงตัวยื่นคำร้องขอเป็นเจ้าหนี้ ซึ่งจากการที่ดูงบของนายทะเบียนที่เป็นข้อมูลเบื้องต้นยังไม่ชัดเจนเพราะไม่อัพเดท

โดยกรอบระยะเวลาการดำเนินงานขึ้นอยู่กับการให้ความร่วมมือของคณะกรรมการสมาคมและกองทุนฯ เบื้องต้นอยู่ที่ 3 เดือน ถึง 1 ปี โดยกฎหมายจะต้องรายงานให้กับนายทะเบียนและศาลได้รับทราบทุก 3 เดือน

ทั้งนี้มีรายงานว่า เมื่อถึงเวลานัดหมาย คือเวลา 10.00 น. กลับพบว่าไม่มีคณะกรรมการของทั้งสมาคมและกองทุน เดินทางมาเข้าประชุมแม้แต่คนเดียว และไม่มีการแจ้งเป็นวาจาหรือหนังสือให้กับผู้ชำระบัญชีทราบว่าเหตุที่ไม่มามีเหตุขัดข้องประการใด แต่กลับมายื่นหนังสือถึงนายทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ประจำท้องที่ คือเทศบาลตำบลวาปีปทุม ว่าเหตุคดีนี้เป็นคดียังไม่ถึงที่สุด เพราะอยู่ระหว่างการขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลจังหวัดมหาสารคาม