หน้าแรก ภูมิภาค ชาวภูเก็ต ร้อ...

ชาวภูเก็ต ร้อง ก่อสร้างโรงแรมใหญ่ ขุดพื้นที่ชายหาด หวั่นกระทบระบบนิเวศ ปิดเส้นทางสัญจร

22.05.26 | 17:30 น.

ชาวภูเก็ต ร้อง ก่อสร้างโรงแรมใหญ่ ขุดพื้นที่ชายหาด หวั่นกระทบระบบนิเวศ ปิดเส้นทางสัญจร

เมื่อบ่ายวันที่ 22 พฤษภาคม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ตเขต 2 พรรคประชาชน พร้อมคณะทำงานผู้ช่วย ส.ส.เขต 2 ภูเก็ต พรรคประชาชน และเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภูเก็ต ได้ลงพื้นที่รับฟังเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชุมชนชาวไทยใหม่ ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

หลังจากได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างโรงแรมขนาดใหญ่บริเวณติดชายหาด ซึ่งชาวบ้านสะท้อนถึงความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ ที่เคยใช้ประโยชน์ร่วมกันมาอย่างยาวนาน

และล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในช่วงที่มีฝนตกหนัก ปรากฏว่าผู้ประกอบการโรงแรมได้ว่าจ้างให้รถขุดตัก หรือรถแบ๊กโฮ ลงไปขุดปรับพื้นที่บริเวณชายหาด และสันนิษฐานว่าดำเนินการโดยไม่ได้ขออนุญาตหน่วยงานทางราชการ หรือเทศบาลตำบลราไวย์

สำหรับประเด็นสำคัญที่ได้รับการร้องเรียน คือ เส้นทางสัญจรเข้า-ออกเดิม ที่ชุมชนใช้มาเป็นเวลามากกว่า 60 กว่าปี รวมถึงพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ในการทำประมง การจอดรถประมง สถานที่ทำการประกอบพิธีกรรม ความเชื่อ และกิจกรรมทางวัฒนธรรมของคนในชุมชน อาจได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการ จนนำไปสู่ข้อกังวลเรื่องการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะ และการดำรงวิถีชีวิตดั้งเดิมของประชาชน และปัญหากับคู่กรณีภาคเอกชนเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ถึงขั้นที่มีการปิดเส้นทางเข้าออกพื้นที่ และชาวไทยใหม่มีการชุมนุมเรียกร้องให้ทางราชการแก้ไขมาแล้วอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันปัญหานี้ยังคงดำเนินต่อไป

Advertisement

นอกจากนี้ตัวแทนประชาชนชาวไทยใหม่ราไวย์หลายครอบครัว สะท้อนความเดือดร้อน และมีความหวั่นเกรงว่า ในอนาคตอาจสูญเสียเส้นทางสัญจรที่ใช้ร่วมกันมายาวนาน ไม่มีพื้นที่ประกอบพิธีกรรมทางวัฒนธรรม รวมถึงเกิดข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายหาดสาธารณะที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชุมชน บางส่วนกังวลว่าหากมีการปิดกั้น หรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ อาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ความสัมพันธ์ของคนในชุมชน และมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนด้วย

ขณะเดียวกัน ยังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการก่อสร้างแนวกันคลื่น และมีการตอกเสาเข็ม บริเวณชายหาด ซึ่งชาวบ้านหวั่นเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่ง เกิดการกัดเซาะชายหาด เปลี่ยนทิศทางน้ำทะเล หรือสร้างผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว หากไม่มีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านและเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน

พร้อมกันนี้ ตัวแทนประชาชน ชาวไทยใหม่ในชุมชนราไวย์ยังตั้งคำถามถึงกระบวนการอนุญาต และการมีส่วนร่วมของชุมชน ว่าการพัฒนาที่เกิดขึ้นได้รับฟังเสียงของคนในพื้นที่อย่างเพียงพอหรือไม่ เพราะการลงทุนขนาดใหญ่ไม่ควรเดินหน้าโดยปล่อยให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบต้องอยู่กับความไม่แน่นอน ความกังวล และความรู้สึกว่าเสียงของตนไม่มีความหมาย

อย่างไรก็ดี ในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลราไวย์ได้เข้าแจ้งความต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง เพื่อให้ดำเนินการกรณีการนำเครื่องจักรขนาดใหญ่ลงพื้นที่บนชายหาดสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงทางเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่า ภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้เตรียมการเรียกเอกชนเข้าพบเพื่อชี้แจงข้อมูลที่เกิดขึ้นด้วย

นายเฉลิมพงศ์ แสงดี กล่าวว่า ก็กลับมาไว การพัฒนาเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องดำเนินควบคู่กับความถูกต้อง โปร่งใส และเคารพสิทธิของประชาชน การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ควรแลกมาด้วยการสูญเสียพื้นที่สาธารณะ วิถีชีวิตชุมชน หรือสิทธิขั้นพื้นฐานของคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มาอย่างยาวนาน

และหลังจากนี้จะรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบกระบวนการอนุญาต การใช้ประโยชน์พื้นที่ และผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และให้เสียงของประชาชนได้รับการรับฟังอย่างแท้จริง