หน้าแรก ภูมิภาค ชาวมหาสารคาม ...

ชาวมหาสารคาม ควัก 700 บาท เหมารถไป-กลับร้อยโล แก้ข้อมูลเป๋าตัง หวังได้สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส

23.05.26 | 12:53 น.

ชาวมหาสารคาม ควัก 700 บาท เหมารถมาห้างไป-กลับร้อยโล แก้ข้อมูลเป๋าตัง หวังได้สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่หน้าศูนย์การค้าเสริมไทยคอมเพล็กซ์ อ.เมือง จ.มหาสารคาม ประชาชนจำนวนมากมารอห้างเปิดในเวลา 10.30 น. เพื่อที่จะไปที่ธนาคารกรุงไทย เพื่อที่จะยืนยันตัวตนในแอพเป๋าตังค์ บางคนเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ บางคนจำรหัสไม่ได้ ทำให้ต้องไปติดต่อที่ธนาคาร ซึ่งเมื่อใกล้ช่วงเวลาที่ห้างเปิด ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย ก็ได้แจ้งให้ทราบว่า คนที่จะมาทำธุรกรรมเกี่ยวกับแอพเป๋าตังค์ ให้มารับบัตรคิว และกรอกเอกสารที่ด้านนอกก่อน จากนั้นก็จะเรียกคิวทีละ 10 คิว ให้เข้าไปในธนาคาร

โดยเอกสารที่แจกจะมีการกรอกแบบฟอร์ม ข้อมูลส่วนตัว เลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ และให้เขียนกำกับไว้ว่าจะทำอะไร เช่น จำรหัสไม่ได้ เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนเดินทางมาก่อนที่ห้างจะเปิด โดยห้างเปิด 10.30 น. แต่บางคนเดินทางมาตั้งแต่ 8 โมงเช้า เพราะว่ามาจากต่างอำเภอ มีทั้ง อ.โกสุมพิสัย อ.กุดรัง และ อำเภอวาปีปทุม เป็นต้น เนื่องจากว่าธนาคารกรุงไทยในห้าง จะเปิดทำการวันเสาร์อาทิตย์ แต่ถ้าเป็นธนาคารสาขาต่างอำเภอ จะปิดให้บริการ ทำให้ต้องเข้ามาในเมือง เพื่อเตรียมความพร้อมในการลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ผ่านแอพเป๋าตังค์

นางสมบูรณ์ ฉันทะ ชาวบ้านบ้านหวาย อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม กล่าวว่า ตนและเพื่อนบ้านรวม 3 คน รวมเงินกันเหมารถมาจากบ้าน ในราคา 700 บาท ต้องหารกันกับเพื่อนคนละ 200 กว่าบาท มาถึงตั้งแต่ 8 โมงเช้า มารอห้างเปิด เดินทางมา 50 โล กลับอีก 50 โล รวมระยะทางไปกลับก็ 100 กิโลเมตร ที่ต้องเดินทางมาในเมือง เพราะว่าตนเองซื้อโทรศัพท์ใหม่ เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่ ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้โครงการอะไรของรัฐบาลเลย ทั้งคนละครึ่ง ทั้งเงินดิจิตอล 10,000 บาท รอบที่แล้วโทรศัพท์รุ่นเก่าก็เลยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งไม่ได้ พอซื้อโทรศัพท์มาแล้วก็เลยมาให้ธนาคารทำให้ในวันนี้

“ส่วนตัวมองว่าโครงการไทยช่วยไทย ที่ให้ใช้คนละ 1,000 บาท ระยะเวลา 4 เดือน ถามว่าพอไหม ก็บอกว่าไม่พอ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ ถ้าได้เดือนละ 5,000 บาท น่าจะพออยู่ได้ ตอนนี้ค่าใช้จ่ายเยอะ ของแพง อะไรก็แพง ทำนาก็มีแต่จะตาย ค่ารถแพง ค่าแรงแพง ค่าปุ๋ยแพง ค่าเกี่ยวก็แพง มีแต่ข้าวที่ถูก ขายไม่ได้ราคา ขาดทุน ทำให้พอได้เก็บไว้กิน อยากให้รัฐบาลมาดูแลประชาชน เลือกเข้าไปแล้วก็อย่าเข้าไปเถียงกัน ให้ดูแลราษฎร จะตายแล้ว อะไรก็แพงทุกอย่าง เลือกไปเป็นตัวแทน ก็เข้าไปเอาแต่เถียงกัน มันน่าเบื่อ”

Advertisement

ส่วนนางสาวจำปา ทองดีนอก อายุ 50 ปี ราษฎรบ้านหัวช้าง อ.กุดรัง จ.มหาสารคาม กล่าวว่า เดินทางมาจากบ้านเข้ามาในเมืองระยะทาง 48 กิโลเมตร เดินทางไปกลับก็ 96 กิโลเมตร โครงการคนละครึ่งคราวที่แล้วลงทะเบียนไม่ทัน แต่ครั้งนี้โหลดแอพเป๋าตังค์มาแล้ว ทำทุกอย่างเสร็จแล้ว แต่ปรากฏว่าระบบแจ้งให้มาติดต่อธนาคารในวันถัดไป ก็เลยต้องมา ส่วนตัวมองว่าขั้นตอนมันยุ่งยาก เพราะทำไม่เป็น แต่ถ้าเสียสิทธิก็ไม่เป็นไร รอรอบใหม่ ถ้ามีโครงการให้ลงทะเบียนบัตรประชารัฐ ก็จะไปลองลงทะเบียนดู เงินโครงการไทยช่วยไทยจำนวนเงิน 4,000 บาทในโครงการนี้ของรัฐบาลมองว่าไม่พอ แต่ก็ยังดี ยังช่วยได้บ้าง แต่ก็อยากได้ก้อนเดียว 4,000 บาทมาเลยจะดีกว่า