เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่ศาลาเอนกประสงค์ประจำหมู่ที่ 13 ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมืองตรัง ชาวบ้านกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต บ้านวังโตน หมู่ที่ 13 ต.นาท่ามเหนือ อ.เมือง จ.ตรัง กว่า 50 คน รวมตัวร้องขอความช่วยเหลือหลังจากเงินที่สะสมในกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จำนวนกว่า 5 ล้านบาท หายล่องหนไปจากการบริหารของคณะกรรมการกลุ่มฯส่งผลให้ชาวบ้านที่เป็นสมาชิกไม่สามารถเบิก กู้เงินจากกลุ่มออมทรัพย์ดังกล่าวได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องแล้วก็ตาม
นายธานินทร์ สมาธิ อายุ 45 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 13 บ้านวังโตน และนางทองสร้อย เมฆฉาย อายุ 65 ปี ประธานกลุ่มออมทรัพย์ฯ ชี้แจงถึงกรณีที่เงินฝากกลุ่มออมทรัพย์ฯ ที่ชาวบ้านฝากไว้มานานกว่า 30 ปี ได้หายไปเกือบ 5 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2558 เวลาล่วงเลยมานาน 3 ปี ก็ยังไม่ได้คืนว่า พยายามจะประสานและเข้าช่วยเหลือเพื่อให้ชาวบ้านได้เงินคืนกลับไป ที่ผ่านมาได้ให้ชาวบ้าน 140 ราย เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ซึ่งทราบว่า เหรัญญิก เป็นผู้เอาเงินดังกล่าวไป
นายธานินทร์ กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นมาจากเหรัญญิกของกลุ่มออมทรัพย์นำเงินดังกล่าวไป โดยที่สมาชิกซึ่งเป็นผู้เสียหายได้แจ้งความที่ สภ.บ้านคลองเต็ง อ.เมืองตรัง แล้ว ล่าสุดศาลได้นัดไกล่เกลี่ยเพื่อให้เหรัญญิกรายนี้จ่ายเงินคืนให้สมาชิกกลุ่มฯ แต่กลับไม่ยอมคืนให้ ขอสู้คดีในชั้นศาลเท่านั้น และวันที่ 26 ส.ค. 2560 อัยการนัดสอบปากคำกรรมการและสมาชิกกลุ่มฯ 6 ปากเพิ่มเติม จากปัญหาที่เกิดขึ้นได้ประสานประธานกลุ่ม กรรมการฯ สมาชิกมาประชุมเพื่อแก้ปัญหามาตลอด นายดำ (นามสมมุติ) เหรัญญิกของกลุ่มฯ ได้ยอมรับต่อหน้าที่ประชุมว่าเป็นคนเอาเงิน 3 ล้านกว่าบาทไป ขอสู้คดี
“อยากขอความเป็นธรรมให้กับชาวบ้าน เงินของชาวบ้าน วอนท่านอัยการติดตามเรื่องนี้ กลัวคดีมีปัญหาอีก เพราะก่อนหน้านี้ได้ฟ้องทางแพ่ง แล้วศาลยกฟ้องเพราะกลุ่มออมทรัพย์ฯ ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ไม่สามารถฟ้องแพ่งได้ และกฎระเบียบการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ฯ ที่ทางพัฒนาชุมชนกำหนดมาให้ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันเหรัญญิกรายนี้ก็ยังอยู่ในพื้นที่ แต่คาดว่าจะไม่มีเรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ เพราะทุกคนในหมู่บ้านเป็นญาติพี่น้องกัน ตนเองได้พยายามเข้ามาประสานงานและไกล่เกลี่ย ไม่ให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรง” นายธานินทร์ กล่าว
นางทองสร้อย เมฆฉาย ประธานกลุ่มฯ กล่าวว่า กลุ่มออมทรัพย์ฯ ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2530 สมาชิกมีจำนวน 396 คน ก่อนหน้านี้มีเงินสะสมหมุนเวียนในบัญชีถึง 10 ล้านบาท แต่ได้มีการกู้ยืมเงินไปใช้และการถอนเงินคืนไปจำนวนมาก ปัจจุบันสมาชิกเหลือประมาณ 200 กว่าคน หลังเกิดปัญหาเงินหายไปจากบัญชี มียอดคงเหลือตอนนี้คือ 29,704 บาท ให้เหรัญญิกเอาเงินมาคืนเงินมาฝากไว้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ปัญหาเกิดมาจากความเชื่อใจกันมากไป ก็อยากให้เขาชดใช้ให้ทั้งหมด ซึ่งเหรัญญิกคนดังกล่าวไม่ได้ยากจน จนไม่สามารรถชดใช้ได้
นางแจ่ม หรือยายติ้ง เพชรฤทธิ์ อายุ 46 ปี กล่าวว่า ตนเองเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ฯมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งประมาณปี 2530 ซึ่งจะเหมือนเพื่อนบ้านอีกหลายคนที่นำเงินมาฝากไว้ทุกเดือน โดยไม่ได้ใช้สิทธิกู้ยืมไปทำอย่างอื่น เมื่อเกิดปัญหาว่าเงินในบัญชีของกลุ่มออมทรัพย์ฯ หายไปทำให้เดือดร้อนมาก จะไปเบิกคืนก็ไม่ทันแล้ว เงินที่นำไปฝากแต่ละเดือนได้มาจากน้ำพักน้ำแรงจากการกรีดยางบ้าง ปลูกผักขายบ้าง ตั้งใจว่าจะไว้เป็นเงินเก็บไว้ใช้จ่ายของจำเป็นช่วงบั้นปลายชีวิต หรือให้ลูกหลาน ซึ่งตนเองและเพื่อนบ้านทุกคนก็ตั้งความหวังว่าจะได้เงินคืน

